Kintsugi 金継ぎ

ถึงแม้เราจะเก็บปากเงียบเกี่ยวกับสิ่งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่เรายังเด็กอยู่เรามีความหวังว่าเราจะมีความสมบูรณ์แบบในหลายๆแง่มุม เราหวังว่าในวันหนึ่งจะมีความสัมพันธ์ที่งดงาม งานที่เติมเต็มเรา


ครอบครัวที่มีความสุขและเคารพซึ่งกันและกัน แต่ชีวิตมันคือการเผชิญหน้ากับความไม่สมหวังและลาทิ้งความฝันเหล่านี้บางอย่างไป บางอย่างก็แตกสลาย กลายเป็นชิ้นส่วนที่ไร้ค่า มันเป็นช่วงเวลาแห่งการลวงตาและเราอาจจะนำแนวคิดมาจากปรัชญาของญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากเซนเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเครื่องปั้นดินเผา

เป็นเวลาหลายศตวรรษ นักปราชญ์เซนได้พัฒนาวิธีการซ่อมแซมหม้อไหจานชามอื่นๆที่แตกสลายแล้วและดูเหมือนว่าจะถูกทอดทิ้งให้เสียหายไปแต่ว่าเขากลับนำไปซ่อมด้วยการดูแลอย่างดีที่สุด นักปราชญ์เซนได้เชื่อมรอยต่อที่เสียหายไปด้วยรักสมุด ทำจากยางรักญี่ปุ่นผสมกับแป้งหรือดินสอพอง เป็นวิธีคล้ายๆ กับการใช้ยางรักหลวงเคลือบเครื่องจักสานเพื่อทำเครื่ องเขินแบบโอท็อปบ้านเรา

บางกรณีก็อาจจะปล่อยรอยซ่อมไว้เป็นสีขาว ดำ หรือแดงตามสีธรรมชาติของรักสมุกที่ใช้เชื่อม แต่ส่วนใหญ่นิยมลงฝุ่นทองหรือฝุ่นเงินไปบนยางรักเพื่ อเน้นรอยซ่อม คล้ายๆ กับการลงรักปิดทอง ทำให้ได้ชื่อว่า ‘คินสึงิ’ แปลว่าการประสานด้วยทอง หรือการซ่อมแซมด้วยทอง มันเป็นสัญลักษณ์ของการอยู่ร่วมกันกับความผิดพลาดและอุบัติเหตุของเวลาสร้างให้เกิดธีมที่่ยิ่งใหญ่ภายใต้ธีมของเซน การซ่อมแซมลักษณะนี้เรียกว่าคินสึงิ

Kin=ทอง
tsugi=เชื่อม

มันหมายถึงการเชื่อมด้วยทอง ในความหมายของการงามอย่างเซน ชิ้นส่วนที่แตกหักและหม้อไหที่ถูกตีถูกทุบสามารถที่จะนำมาซ่อมแซมใหม่และเชื่อมด้วยกันด้วยแลคเกอร์หรือรักสมุทรนั่นเอง ไม่มีประโยชน์ที่จะหลบซ่อนรอยแตกนั้น จุดประสงค์ก็คือทำให้รอยแตกนั้นดูสวยงามและแข็งแรง กลายเป็นถ้วยชิ้นใหม่ที่เน้นไปที่รอยแตกและมีปรัชญาอันลึกซึ้งอยู่เบื้องหลัง

จุดเริ่มต้นของคินซึกิอยู่ที่ยุคมุโรมาจิในขณะที่โชกุนของญี่ปุ่นอาชิคากะ โยชิมิสึได้ทำถ้วยน้ำชาของพระองค์แตก และส่งกลับไปซ่อมที่ จีน แต่เมื่อกลับมามันกลับมาในสภาพที่แย่กว่าเดิมโดยใช้เหล็กเชื่อมต่อจุดที่เคยแตกจากกันเขาก็เลยใช้ช่างของตัวเองในการซ่อมแซมสิ่งนี้เพื่อทำให้เกิดทางแก้ที่ดีขึ้น เขามาด้วยวิธีที่ไม่ได้ซ่อนเอารอยแตกนั้นไว้แต่ทำให้มันเกิดเป็นศิลปะคินซึกิ คินซึกิเป็นไอเดียของวะบิซะบิซึ่งเคารพและรักในความง่ายไม่เสแสร้งและอยู่ได้นาน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามันมีคราบสนิมหรือมีรอยแห่งกาลเวลา เรื่องราวนั้นได้ถูกเล่าในหนึ่งของเรื่องราวที่มีอยู่นั่นก็คือเรื่องของเซ็นโนะริคิว ในตอนที่เขาได้เดินทางไปทางตอนใต้ของญี่ปุ่น เขาได้ถูกเชิญให้ทานอาหารเย็นโดยเจ้าของบ้านผู้ซึ่งคิดว่าตัวเขาเองนั้นประทับใจในเหยือกและเครื่องเคลือบของจีนราคาแพงที่เขาได้ซื้อมาจากประเทศจีน แต่ริคิวไม่ได้เห็นในจุดนั้นแล้วก็ไม่ได้ประทับใจ

แต่แทนที่จะทำอย่างอื่นเขาก็ได้นั่งลงแล้วก็พูดคุย แล้วก็ชื่นชมกิ่งไม้ที่ไหวอยู่ภายนอก เจ้าของบ้านเห็นเช่นนั้นเมื่อริคิวออกไปเขาจึงทำลายเหยือกนั้นทิ้งและกลับไปที่ห้องแต่แขกอื่นๆได้เก็บเอาชิ้นส่วนและสมานมันเข้าด้วยกัน เมื่อริคิวกลับมาเขากลับชื่นชมเหยือกนั้นอย่างสุดซึ้งและบอกว่ามันดูเยี่ยมยอดมาก
.
ในช่วงอายุที่คนเรานั้นให้การเคารพ นิยมชมชอบความเด็ก ความใหม่ และความสมบูรณ์ คินซึกิเป็นปรัชญาอันลึกซึ้งที่สามารถที่จะใช้กับชีวิตเราได้เพราะชีวิตของคนเราก็เหมือนกับถ้วยที่แตกเหล่านี้ถ้าเราสามารถที่จะหยิบมันขึ้นมาและประสานมันเข้าด้วยกันด้วยความรักความเคารพและความมั่นใจสิ่งที่แตกสลายไปแล้วอ่อนไหวแล้วไม่ Perfect มันกลับกลายเป็นสิ่งที่สวยงามในชีวิตเราได้เช่นกัน โดยเริ่มจากตัวเราและคนรอบตัวเราก่อน

ถ้าเราเข้าใจว่าชีวิตนั้นประกอบไปด้วยความไม่สมบูรณ์ เราจะเลิกคาดหวังกับสิ่งต่างๆให้มันสมบูรณ์และ Perfect แต่เราจะใช้ชีวิตอย่างมีสติและมีคุณค่า เราอาจจะเก็บเศษชีวิตที่เราเคยทำหล่นไปมาเรียงร้อยเข้าด้วยกันตามหลักการของคินซึิกิ
แล้วสักวันเราอาจจะได้ชีวิตของตัวเองกลับคืนมาก็ได้ค่ะ

https://www.mfourthirds.com/forum/forum/main-forum/%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%9B/567-%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%B4-%E9%87%91%E7%B6%99%E3%81%8E-%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7