ทั้งทั้งที่จริงๆแล้วพระอาทิตย์ตกที่เดิมทุกวัน

แต่คนเรากลับชอบดูพระอาทิตย์ตกมาก

ไม่ว่าเราจะไปเที่ยวที่ไหน

เราก็เราก็จะไปดูพระอาทิตย์ตกดินที่นั่นเสมอ

ในบางครั้งฉันก็คิดนะว่า ในเมื่อสิ่งที่มันเหมือนกันขนาดนี้

ทำไมคนเรายังดั้นด้นไปดูพระอาทิตย์ในหลายหลายที่

ไม่ว่าเราจะไปเที่ยวเชียงใหม่ ปารีส โตเกียว

ทะเล ภูเขา วัด

เราก็ต่างโหยหาช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกทั้งสิ้น

ทำไมกันนะ

ถ้าให้ฉันตอบนะเหรอ

ก็คงจะเป็นเพราะว่ามันเหมือนกันแต่ไม่เหมือนกันน่ะสิ

หมายความว่ายังไงนะเหมือนกันแต่ไม่เหมือนกัน

ไม่ว่าพระอาทิตย์จะตกอีกกี่หน

ไม่ว่ามันจะเป็นสถานที่เดิมหรือไม่

ช่วงเวลาเหล่านั้นมันจะไม่กลับมาอีกแล้ว

 

ไม่ว่าเราจะดูพระอาทิตย์ตกร่วมกับใคร

อยู่คนเดียวหรือไม่ เวลานั้นมันมีหนเดียว

แต่พระอาทิตย์ตกเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้น

การเริ่มต้นที่กำลังรอคอยเราอยู่

เธออาจจะสงสัยและถามฉันว่าพระอาทิตย์ตกมันจะเป็นสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นได้ยังไง

มันต้องเป็นพระอาทิตย์ขึ้นสิ

ฉันก็จะตอบเธอว่า

เธอไม่มีทางลุกขึ้นได้ถ้าเธอไม่ล้มและถ้าเธอไม่ล้ม

เธอจะไม่มีทางพบกับความสวยงามอีกด้านหนึ่งของชีวิต ถามว่ามันเป็นอย่างนั้นได้ยังไงเราจะรู้สึกดีกับการล้มของเราได้ยังไง?

เราจะรู้สึกดีได้ยังไงถ้าเราเจ็บเราก็บอกความล้มเหลวหรือความไม่พึงประสงค์ทั้งหลายในชีวิต

เราก็จะบอกเธอว่าถ้าเธอไม่ล้มเธอก็จะไม่รู้ว่าการที่เธอเดินได้อย่างปกตินั้นน่ะมันพิเศษ

การที่เธอใช้ชีวิตได้อย่างธรรมดามันคือความพิเศษ

เธอไม่ได้ต้องการความพิเศษไปมากกว่านี้ ถ้าเธอเคยล้ม เธอจะรู้สึกว่าทุกสิ่งที่เธอมีมันพิเศษอยู่แล้ว

ถ้าถามว่าทำไมพระอาทิตย์ขึ้นพระอาทิตย์ตกมันถึงพิเศษก็เพราะว่ามันขึ้นและตกทุกวันน่ะสิมันถึงพิเศษ

แล้วถ้ามันไม่เคยตกมาก่อนมันก็ขึ้นไม่ได้เช่นกัน

ถ้ามันไม่เป็นอย่างนั้นแล้วมันก็คงไม่ได้พิเศษอย่างทุกวันนี้

มันเกิดขึ้นแบบธรรมดา จนมัน พิเศษ ยังไงล่ะ

อาจจะเหมือนกับเธอก็ได้นะ