ขายงาน ปัญหาโลกแตกของเด็กและผู้ใหญ่ที่อยากทำงานวาด

จบคณะออกแบบ
เรามักจะคิดว่า เราไม่ได้ ‘วาด’
เรากำลัง ‘ออกแบบ’ รูปอยู่
-meisanmui

ปัญหาของเด็กเด็กส่วนใหญ่ขายงานไม่ได้

ทั้งทั้งที่เก่งแต่ไม่รู้ว่างานตัวเองจะไปอยู่ที่ตรงไหน ขายงาน ยังไง

  • เก่งมาก แต่ขายงานไม่เป็น
  • ขายงาน ได้บ้าง แต่ไม่ได้ราคาที่ต้องการ
  • ทำงานด้านนี้ไม่ได้เลยต้องไปทำงานด้านอื่นๆที่ไม่เกี่ยวเสริม

บางคนนี่เก่งมากเลยแต่ว่าคิดไม่ได้แตกต่างจากชาวบ้านเลยคิดเหมือนเหมือนคนอื่นทำเหมือนเหมือนคนอื่นผลลัพธ์มันก็เหมือนเหมือนที่คนอื่นได้กัน ถ้ายังขายงานตัวเองไม่ได้ก็ทำงานเป็นงานอดิเรกไปก่อนอย่างแรกคือจะต้องมีความสุขกับการวาดภาพก่อนให้ได้บางคนก็เข้าใจผิดเรื่องนี้ตั้งแต่แรกแล้วมัวแต่คิดว่าจะต้องขายงานให้ได้ก่อน

ความจริงอันเจ็บปวด ในการ ขายงาน ก็คือ

 

 

1.ต้อง วาดรูป เก่ง แค่ไหน ถึงจะประสบความสําเร็จ?

 

จริงๆคุณไม่ต้อง วาดรูป เก่ง อลังการ ก็ได้ในการที่จะประสบความสำเร็จ

แต่ว่าคุณต้องรู้ว่าตลาดอยู่ตรงไหนและเค้าจะซื้องานคุณตรงไหนมันไม่จำเป็นที่เราต้องทำเยอะทำอลังการเพนท์ถึกเสมอไปตลาดในโลกนี้มันมีหลายจุดเราจะอยู่จุดไหน พูดง่ายง่ายก็คือแค่ยื่นของให้สิ่งที่คนคนนั้นหรือตลาดนั้นต้องการค่ะ ถ้าตลาดนั้นคือการ์ดถึกๆ คุณก็ต้องเพนท์เยอะ แต่ถ้าคุณจะไปตลาดแต่งบ้านอะไรพวกนี้การแต่งบ้านมันก็มีหลายแนว ถ้าคุณเอาแนวน้อยแต่งบ้านใช่ไหมภาพที่เอามาแต่งบ้านแนวน้อยมันก็ต้องน้อยไปด้วยและมันต้องเป็นคนละแนวกับแนวเพนท์ถึกแน่นอน

บางคนก็ย้อนอีกบอกว่าเฮ้ยแต่พี่ก็ถึกนะบางรูปเยอะ. บอกตรงตรงไม่ได้ชอบงานที่ทำเยอะๆของตัวเองแต่ที่ต้องทำเยอะเพราะเด็กเด็กส่วนมากที่มาเรียนจะดูผลงานจากความถึก สวยงามของภาพอาจารย์เป็นส่วนใหญ่ ส่วนที่เยอะก็บางทีเป็นพรีเซนต์ของหัวแปรงอะไรพวกนี้ก็ต้องเยอะเพราะว่าต้องโชว์ศักยภาพของแปรง

2.สกิล หรือ ทักษะ สำคัญ แค่ไหน ในการ ขายงานวาด?

 

หลายหลายคนไปโฟกัสที่สกิลมากๆแต่กลับตกมาตายในการที่จะขายงานของตัวเอง

เราไม่ได้บอกว่าสกิลไม่สำคัญนะ สำคัญ แต่คุณจะต้องรู้ว่าตัวเองทำอะไรอยู่และจะไปที่ไหน มันเหมือนคุณแข่งวิ่งมาราธอนกับแข่งวิ่งเพื่อไปโอลิมปิกเนี่ยคนละเรื่องเลยนะ

3บางคนอาจจะถามว่าเออแล้วภาพพี่มันขายได้ไหมล่ะ?


เดือนนี้มีภาพล่าสุดงานคอลเลคชั่นส่วนตัวขายได้ 7800 ให้กับคนต่างประเทศ

อันนี้เป็นภาพเก่า ที่ขายได้ในราคาเท่ากัน

ก็คือขายได้ให้คนที่ชอบงานเราค่ะซึ่งมีอยู่ค่ะแต่ไม่ได้ขายได้ทุกวันมันก็ต้องมีงานอื่นซึ่งเป็นงานทางด้านศิลปะเหมือนกันแล้วเราก็ต้องหาว่าอะไรที่เราสามารถขายได้เป็นจำนวนมาก และแหล่งรายได้มาจากทางไหนบางคนเนี่ยก็ไม่รู้ไง

4.ทำไมหลายคนยังติดขัดเรื่องรายได้?

 

บางคนไม่รู้จักทำสิ่งที่ทำซ้ำได้ง่ายง่ายแล้วก็ขายได้ไม่จำกัด 

อย่างเช่นพวกดิจิตัลแอสเซทหรือดิจิตัลไฟล์

สิ่งที่คุณพลาดไปคืออะไรรู้มั้ยเพราะว่าคุณเอาเวลาไปแลกเงินเวลาของคนเรามันมีจำกัดสุขภาพของคนเราก็มีจำกัดถ้าคุณเอาเวลาไปแลกเงินหมดสุดท้ายแล้วคุณก็จะไม่เหลือเวลา แต่ถ้าคุณเอาเวลาไปสร้างระบบทำงานที่มันทำงานแทนคุณสุดท้ายแล้วระบบนั้นจะสร้างรายได้ด้วยตัวเองแล้วขายได้เรื่อยเรื่อยค่ะ

พูดอย่างนี้อาจจะมีคนบอกว่าเออพี่มุ่ยขายตรงอีกแล้วนะ ทำไมคุณไม่คิดว่าที่ไปทำขายตรงกันเค้าไปทำเพราะอะไร?ก็เพราะเค้าอยากได้ระบบไงล่ะ เพียงแต่ว่าระบบนั้นเราเองก็สามารถสร้างขึ้นมาได้เช่นกันโดยใช้คานงัดของ platform อื่นมาช่วย( ไว้พูดวันหลังแล้วกันนะยาว)

5.เหตุผลยอดฮิตคืออะไร?

 

บางคนรู้สึกว่าเงินมันน้อยก็เลยไม่อยากทำ

ไม่อยากทำสินค้าดิจิตอลค่ะเพราะว่าได้เงินไม่ถึง 100 เหรียญและรายได้น้อยในช่วงแรกๆอะไรแบบนี้แต่จริงๆสินค้าดิจิตอลมันเน้นจำนวนขายสินค้า 1 เหรียญให้คน 100 คนก็ได้ 100 เหรียญเหมือนกัน

 

ถ้าถามว่า เราอยากเป็นเหมือนใคร ตอนนี้เราไม่มีไอดอลที่ชัดเจนนะ แต่ถ้าพูดถึงการแอพพลายด์งาน ไปสู่สิ่งต่างๆ น่าจะชอบ Jamesjean เราไม่ชอบงานที่สวยแค่กระดาษหรือจอน่ะ มันต้องดูดีเวลานำไปทำอย่างอื่น ก็แค่ความเห็นส่วนตัว

 


ทางแก้สำหรับคนขายงานไม่ได้


1.ที่ๆคุณโปรโมทตัวเอง เขาต้องการสินค้าแบบไหน?


เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่เบสิคมากๆเลยนะคะที่เราต้อง รู้เพราะว่าเราจะต้องรู้สิ่งที่เรียกว่ากลุ่มเป้าหมาย (target market,niche) เวลาที่ใครหลายหลายคนทำงานมักจะชอบทำเหวี่ยงแหเช่นพยายามเอาใจคนทุกคนวาดรูปเอาใจกลุ่มแมสโดยไม่สนใจว่าตัวเองจะเป็นแนวไหน

แต่จริงๆการที่งานคุณจะขายได้นั้นมันต้องเป็นตลาดนิช หรือกลุ่มเป้าหมายเฉพาะทางซึ่งถ้าใครหาเจอก็จะอยู่ได้ถ้ามีแฟนผลงานมากพอ

2. พยายามหางานหรือขายงานในตลาด niche

ตลาด niche คืออะไร?
ถ้าพูดให้ชาวการ์ตูนเข้าใจก็เหมือนกับแฟนด้อมแต่ละแฟนด้อมก็จะมีแฟนๆในนั้น แต่นิช คือตลาดที่มากกว่านั้น มันคือการที่เราพบน่านน้ำ ในการตกปลาของตัวเอง คุณไม่ต้องวาดเหมือนคนอื่นแต่การที่คนวาดแมสก็ไม่ได้ผิดนะถ้าจะเน้นขายคนจำนวนเยอะเยอะมันก็เป็นอีกตลาดหนึ่ง แต่ตลาดแมสการแข่งขันมันสูงอาจจะทำให้เราท้อถอยไปก่อนก็ได้ถ้าเราไม่สำเร็จ

แล้วพอเราไม่สำเร็จในตลาดแมสมันก็จะทำให้เราเข้าใจว่าเราวาดไม่เก่งเราฝีมือไม่ถึงเลยไม่ประสบความสำเร็จอะไรแบบนี้แต่จริงๆไม่ใช่การที่คนเราประสบความสำเร็จ มันมีองค์ประกอบหลายอย่างมากกว่าคำว่าเก่งหรือไม่เก่งมากมายนัก จริงๆเราไม่จำเป็นจะต้องไปพยายามพิสูจน์ความสามารถด้วยการทำงานแนวนั้นถ้าเราไม่ได้อยากจะไปแนวนั้นจริงๆ

3.อย่าไปดูช่องทางของคนอื่นค่ะ


อย่าไปดูบ่อปลาของคนอื่นว่าคนอื่นเค้าตกปลากันยังไงอะไรแบบนี้เพราะมันจะทำให้คุณเกิดการเปรียบเทียบว่าปลาคนนั้นตัวใหญ่กว่าปลาคนนั้นดีกว่า

แล้วที่จริงสิ่งที่นักวาดควรทำคืออะไร?
เราไม่รู้ว่าคนอื่นทำยังไงแต่สำหรับเราเราขุดรูหรือบ่อของเราไว้แล้วรอให้ปลามา

เวลาเราจะตกปลาต้องดูว่าปลาชนิดนี้กินเหยื่อยังไงกินอะไรเป็นอาหาร พูดจริงๆที่เปรียบเป็นปลาเพราะว่าจะได้เห็นภาพไม่ได้กะว่าจะเปรียบว่าลูกค้าคือปลาที่เราจะล่อตีหัวลงรู เขาเรียกวิธีนี้ว่า การตลาดแบบดึงดูดค่ะ ลูกค้าพอใจมา

ง่ายง่ายคือคุณต้องรู้จักลูกค้าของตัวเองดีมากพอถ้าไม่รู้จักให้สมมติเพอร์โซนาหรือบุคลิกภาพของลูกค้าลูกค้าเราจะเป็นคนแบบไหน เดี๋ยวมาพิมพ์ต่อ

4.สิ่งที่คนไทยไม่ค่อยทำกันเลยก็คือการสร้างแอสเซท

นั่นก็คือสินทรัพย์ของตัวเองในที่นี้พอบอกว่าให้สร้างสินทรัพย์ทุกคนจะคิดถึงแต่หุ้นการลงทุนและอื่นๆที่เกี่ยวกับเรื่องการเงินแต่จริงๆไม่ใช่สินทรัพย์ในที่นี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาได้ด้วย พอบอกว่าทรัพย์สินทางปัญญาไรหลายคนก็แบบคิดว่าจะต้องไปจดลิขสิทธิ์หรือว่าอะไรยุ่งยากมากมาย

ปกติแล้วจริงๆสิ่งที่คุณทำเนี่ยมันมีกฎหมายคุ้มครองอยู่แล้วการที่คุณไปจดทะเบียนลิขสิทธิ์อะไรอย่างนี้มันเป็นการทำเรื่องทางกฏหมายถ้าคุณไม่ได้ขายสินค้าชิ้นใหญ่ใหญ่มากๆคุณก็ไม่จำเป็นจะต้องไปจดคุณสามารถขายได้หลายอย่างไม่ใช่แค่ภาพแต่ขายแอสเซทให้คนอื่นไปทำงานต่อได้ด้วยอย่างเช่นแปรงดิจิตอล ดิจิตอลแสตมป์ พวกนี้ นิชมาร์เกตทั้งนั้น คุณจะนิชขึ้นอีกได้ เช่น ขายแปรง photoshop อย่างเดียว

5.อย่ายึดติดผลงานอะไรก็ได้ที่เป็นของเรา ขายได้ ดีค่ะ!


บางคนอาจจะบอกขายบรัช ขายแปรงนี้มันไม่ได้ขายภาพ แปรงมันเป็นงานครีเอชั่นเหมือนกันมันเป็นงานสร้างสรรค์เป็นงานสร้างที่เราได้สร้างมากับมือของตัวเองเพราะฉะนั้นมันก็ถือว่าเป็นผลงานเหมือนกันอย่าไปยึดติดในช่วงแรก ทำยังไงก็ได้ให้ได้รายได้มาเลี้ยงตัวเองก่อนเพราะว่าเราต้องการ financial security หรือความปลอดภัยทางการเงินก่อนเราถึงจะมีแรงในการสร้างสรรค์

ต่อมา

เราจะไม่สอนในสิ่งที่เราทำไม่ได้หรือรู้ว่าลูกศิษย์เรียนไม่ได้ผล

มันจะมีสิ่งหนึ่งที่เราไม่ชอบเวลาที่ต้องเขียนก๊อปปี้ไร้ท์ของคอร์สออนไลน์นั้นก็คือการการันตีว่า’ทำรายได้’ ‘สร้างรายได้’หรือรวย สิ่งเหล่านี้มันบอกได้แค่ช่องทางเท่านั้นแหละ

 

สิ่งเหล่านี้ถ้าจะสอนกันมันไม่สามารถสอนกันได้เพราะว่ามันขึ้นอยู่กับจังหวะของแต่ละคนด้วยว่าเรียนรู้ไปแล้วสามารถเอาไปใช้ได้หรือไม่เอาไปใช้ยังไงและตัวเองสามารถที่จะประยุกต์ใช้ความสามารถทางด้านการตลาดได้หรือไม่

ทำไม เราถึงคิดว่า ไม่น่าจะ การันตี เรื่องรายได้เยอะหรือรวย จากคอร์สวาด?

เพราะมันอยู่ที่น้องขายงานเป็นหรือเปล่ามันมีปัจจัยเยอะกว่าการที่จะเรียนเรื่องสกิลแล้วเอาไปทำงานเพราะฉะนั้นมันยังมีเรื่องของช่องทางในการที่จะหาเงินหรือสร้างรายได้อีกด้วยขนาดคนสอนบางคนก็ยังทำเงินจากงานวาดของตัวเองไม่ได้แต่ก็สอนเรื่องนี้ แล้วก็เขียนก๊อปปี้ว่าทำเงินจากการวาดรูปอะไรพวกเนี่ย
บางคอร์สบอกทำเงินจากการวาดแต่ดันสอนสกิลอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าจะเอาไปประยุกต์ใช้ยังไง

เรารู้ว่าทำยังไงคอร์สถึงจะขายดีถึงจะขายได้เขียนยังไงคนถึงซื้อแต่เราไม่ได้ทำตามนั้นทั้งหมดเพราะเรารู้สึกว่ามันเป็นการขายความฝันความฝันบางคนก็คว้ามาได้บางคนก็ไม่ได้เพราะฉะนั้นการเป็นครูมันต้องไปแบกรับสิ่งนั้น

บางคนเล่าความฝันของเค้าให้เราฟังเรารู้สึกว่านั่นเป็นสิ่งที่เรามีส่วนที่จะทำให้เขาจะต้องทำตามหนทางของตัวเองจนสำเร็จในที่สุดมันไม่ใช่แค่การวาดรูปได้แต่มันคือการดูแลไปจนถึงฝั่ง

เช่นนักเรียนจะมาถามอะไรเราก็ต้องตอบดีดีเราต้องมีคำตอบให้เขาเสมอว่า มันอาจจะอยู่ที่ช่องทางของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกันถ้าเราบอกว่าให้คนนี้ไปทำแบบนี้เค้าอาจจะไม่ได้สำเร็จในแนวทางของเค้าตรงนี้ก็ได้แต่เค้าอาจจะมีแนวทางของเค้าที่ดีกว่าแต่ตัวเค้าเองต้องค้นพบด้วยตัวเอง

โอเคว่าลูกศิษย์แต่ละคนอาจจะมีผลที่แตกต่างกันออกไปได้มีความหลากหลายได้แต่มันต้องเห็นผล ไม่เช่นนั้นมันก็จะเป็นคอร์สที่ราคาถูกมากๆได้อย่างเช่นเราขายในUdemy มันก็จะราคาถูกมากช่วงลดราคาเพราะเป็นการดูวิดีโออย่างเดียวการดูวิดีโออย่างเดียวมันไม่ได้ช่วยอะไรมากถ้าคนนั้นไม่ลงมือทำ

2020

คิดว่าปีหน้าจะโฟกัสที่การขาย digital asset ใน creative market ตอนนี้ได้มา 200 เหรียญแล้วสินค้าไม่เกิน 30 ชิ้นปีหน้าจะปั่นให้ถึง 100 ชิ้นแบบคุณภาพดี ถือว่าเริ่มต้นใหม่ได้ดีในตลาดที่คนไม่รู้จักเราเลย

และตอนนี้รู้สึกดีมากที่ในที่สุดก้อรู้ว่าจริงๆแล้วเราถนัดอะไรมากๆอาจจะมากยิ่งกว่าการสอน จริงๆงานสอนเราก็ชอบมากนะแต่ว่ามันก็เริ่มอิ่มตัวแล้วเพราะเราทำมา 10 ปีแล้วคนเราเนี่ยมันมักจะเปลี่ยนแปลงอาชีพสามอาชีพในหนึ่งชั่วอายุคน แล้วถึงแม้ว่าสิ่งที่เราสร้างมันจะไปอยู่เบื้องหลังงานของศิลปิน มันเป็นสิ่งที่ดีไซน์เนอร์เอาไปใช้ต่อ

แต่มันทำให้รู้ว่าจุดแข็งของเรามันอยู่ตรงไหนทั้งหมดนี้มันเป็นเพราะว่าเราลองเยอะหมายถึงลองเจ็บมาเยอะจนรู้ว่าอะไรมันใช่ลองทำหลายหลายอย่างจนรู้ว่าอันนี้เหมาะกับเราอันนี้ไม่เหมาะกับเราเรามักจะพูดเสมอว่าเราไม่ชอบ Marketing เลย แต่เราทำได้เพราะต้องทำอันนี้อาจจะเป็นสิ่งที่เราต่างจากนักวาดรุ่นเด็กเด็กที่มีสกิลที่เก่งกาจ. แต่ยังไม่รู้ว่างานตัวเองจะเอาไปขายได้ยังไง

แต่ที่เราทำได้เพราะว่าเราชอบให้ก็อปปี้งานของเราไปอยู่ในมือคนอื่น เลยทำได้ดีในด้าน Marketing แต่สุดท้ายเราก็อาจจะศิลปินคนอื่นๆที่ไม่ได้อยากขายงานเองอยากจะมีใครสักคนที่มีความเชี่ยวชาญมาช่วยเราขายงานแต่ในเมื่อมันยังทำไม่ได้ก็ต้องทำเองเป็นหลักเราคิดว่าสิ่งเหล่านี้มันสอนเราให้เราเดินมาจนถึงจุดนี้

ตลอดเวลา 10 ปีที่ผ่านมาเราจึงรู้สึกว่าตัวเราไม่ได้อยากแบกรับความรู้สึกนั้นเช่นกันความรู้สึกที่ว่าลูกศิษย์จะต้องประสบความสำเร็จหรืออะไรแบบนี้กว่าจะวางลงได้ก็นานกว่าจะทำใจได้ว่านั่นเป็นสิ่งที่ลูกศิษย์แต่ละคนเค้าจะเรียนรู้ด้วยตัวเองคือไม่ต้องประสบความสำเร็จแต่ขอให้เอาสิ่งที่เรียนไปใช้ในอาชีพหรือส่วนไหนก็ได้ในชีวิตได้ก็พอแล้ว

มาคิดดูถึงวิชาที่ได้ A 3ตัวนี้


-design fundamentals
วิชานี้เป็นวิชาที่โคตรดีใจที่ได้’เอ’เพราะมันแสดงให้เห็นว่าเป๊ะทฤษฎีออกแบบมาก แต่พอไปทำงานสตูเรากลับไม่ชอบเพราะว่าถูกบังคับให้ทำตาม’โจทย์’ ทุกครั้งที่เราต้องทำตามโจทย์เราเหมือนจะตาย

เรารู้สึกเบื่อแล้วชอบสร้างโจทย์ให้ตัวเองมากกว่า เราถึงเป็นภูมิสถาปนิกและนักวาดเต็มเวลาไม่ได้ จริงๆก็อาจจะได้แต่อาจจะออกแนวขายวิญญาณไปสักหน่อย สำหรับเราเพราะเราไม่ได้ชอบทำตามโจทย์ เราชอบโจทย์กว้างๆ

เมื่อก่อนที่ทำงานประจำได้เพราะมันมีองค์ประกอบอื่นๆเช่นสังคมและอะไรในนั้นที่ทำให้เราสามารถอยู่ได้น่ะ

-LA research
วิชานี้คือวิชาของอาจารย์ฟูเป็นอาจารย์ที่เคารพนับถือมากและโหดมากคนหนึ่ง อ.จบฮาร์วาร์ด วิชานี้จะเป็นการค้นคว้าสิ่งที่เราสนใจแล้วออกไปพรีเซนต์หน้าห้อง สนุกมากๆ
ตอนหลังเราได้ถามอาจารย์เรื่องที่เราเรียนในจุฬาได้ไม่ดีเป็นปมในใจ และมีคำถามที่คาใจมาตลอดนั่นก็คืออาจารย์ท่านห้ามไม่ให้เราทำสวนสนุก ซึ่งจริงๆแล้วตอนนั้นมันอาจจะดีก็ได้เพราะถ้าเลือกทำสวนสนุกจริงๆอาจจะไม่จบเอาน่ะสิ สุดท้ายเลือกทำสวนสัตว์เด็ก(theme park เหมือนกัน)

-seminar
สัมมนา ก็ใช้มาจนถึงปัจจุบันนี้เลยพวกวิชาพูดพูดเอาไปทำพ็อดแคสต์และเอาไปทำบทความอะไรพวกนี้น่ะเราเป็นคนชอบแสดงความคิดเห็น

ช่วงก่อนหน้านี้ คิดว่า จะสร้างรายได้ประจำ จาก รายได้ passive ล้วน หรือจากระบบ เพราะระบบไม่เรื่องมาก ไม่มีเหนื่อย ทำงานให้ 24 ชั่วโมง

รายได้ passive คืออะไร – คือรายได้ที่เราทำงานครั้งเดียวหรือลงทุนลงแรงครั้งเดียวแล้วสามารถได้รายได้ เรื่อยๆค่ะโดยไม่ต้องทำงานเพิ่มหรือทำ แต่น้อยมาก

ตอนนี้เริ่มมีรายได้ passive แล้ว อย่าง creative market เพิ่งครึงเดือน ได้ไป 60 กว่า $(ยังน้อยอยู่แต่ passive นะ) มี สินค้าแค่ไม่กี่ตัว แต่เพราะสินค้าเรา ได้รับ certified badge 2 อัน เลยกลายเป็นเรือธงเราไปเลย

แล้วก็มี udemy ที่เราตัดสินใจไปทำ เราชอบระบบที่นี่ และเรียนที่นี่หลายคอร์สด้วยกัน รวมถึงมีให้ certificate ซึ่งถ้าเป็น teachable ต้องซื้อแปลน 99 เหรียญ ถึงใส่ได้ ซึ่งจริงๆ จะอัพคอร์สใหม่ๆ ลงใน udemy เร็วๆนี้ด้วย ได้เป็นคอร์สแนะนำ 2 คอร์ส คือ photoshop กับคอร์สฟรีแลนซ์ อันนี้ก็สร้างรายได้ได้แล้ว

ที่ทำอยู่ตอนนี้

  • google adsense(ไม่มาก แต่เรื่อยๆ)
  • youtube(เหมือนอันบน)
  • creative market (ดูมีแววรุ่ง)
  • udemy (อนาคตดูโอเค)
  • mebmarket(อันนี้ไม่ค่อยโอเคสำหรับเราแฮะ)

แล้วก็ใครเข้าไปในเว็บไม่ต้องแปลกใจ เราลบร้านค้าทิ้งเมื่อวาน คิดว่าการขายภาพ ยังไม่น่าเหมาะกับคนไทย และอีกอย่างคือ หวงภาพ อยากเก็บเองส่วนนึง

ที่สำคัญคือ พวกรายได้ passive ทำแรกๆรายได้จะน้อยมากค่ะ ต้องขยันอย่างเดียวเท่านั้นนะ

เคยสมัครสมาชิกเหมารายปี คุณ แอรอน เบลส นานมาแล้วตอนนี้ ยังเข้าดูสินค้าได้ทุกสินค้า
เป็นโมเดลที่น่าเอาเยี่ยงอย่างมาก มีทั้งขายแปรง ขายคอร์ส แถมแต่ละคอร์สคุณภาพสูงมาก
จะไม่ซื้ออะไรเพิ่มถ้ายังดูคอร์สที่ดองไว้ไม่จบ orz

ซื้ออันนี้มา เพราะจะหาตัวอย่างอีบุ๊คเขียนเข้าใจง่ายๆ เฮ้ยเขาทำดีนะ แต่ไม่เหมาะกับคนวาดเป็นแบบแอดวานซ์อะ พึ่งอ่านจบไปเล่มนึง เขียนได้ครบดี Squash stretch /complex simple /straight vs curve ,shape language,basic shape etc. ที่แนบมาเป็นเลคเชอร์เรื่องสี ที่เราค่อนข้างแม่นอยู่แล้ว แต่ก็ศึกษาเพิ่มเรื่อยๆ ได้แต่สี แต่แสงง่อย




แถม


หลักการเขียนก็อปปี้ไรท์ขายของยังไงให้ดี


การเขียน copy writing นะคะ
1.มันไม่ใช่พูดถึงแต่ เรา เรา เรา อิหยังวะ คนส่วนมากสนใจตัวเองค่ะ ให้ถามตัวเอง แล้วไงต่อ so what? เขาอยากรู้ว่า สินค้า หรือ บริการคุณ ช่วยเขาได้ยังไง ไม่ใช่แต่บรรยายสรรพคุณตัวเองค่ะ
2.โฟกัสที่ benefit ค่ะ ไม่ใช่ features เช่น สมมติคุณขายภาพปรินท์ รูปวาดนี้ มีขนาด 8×12 (features) เราต้องเขียนว่า รูปวาดมีขนาดที่เหมาะกับห้องนอนเล็กๆ สไตล์ภาพของเราจะทำให้ห้องดูอบอุ่น น่ารัก เป็นกันเอง(benefit)
กระเป๋าผ้า หูทำจากหนังวัว (features) เราต้องบอกว่า หูทนทาน รับน้ำหนักได้มาก ทำให้คุณไม่ต้องซื้อถุงใหม่บ่อย ประหยัดเงิน
3.พยายามอย่าใช้ภาษาเขียน ให้ใช้ภาษาพูด ทดลองพูดหน้ากล้อง ดูว่า สิ่งที่คุณเขียน มันดูธรรมชาติไหม?
4.อย่าเล่นศัพท์ยาก
5.ใช้คำที่มีพลังดึงดูดเสมอค่ะ
6.ก่อนเขียน ถามตัวเอง อยากให้คนอ่าน รู้สึกอย่างไรค่ะ


สำหรับเรื่องสอนวาดรูป
 ไม่รู้ที่อื่นสอนยังไงนะ แต่
 -เราไม่บังคับสไตล์นักเรียน ว่าแบบนี้คือดี แบบนี้ไม่ดี
 -เราไม่ขู่เข็ญหรือดันให้ต้องวาดเก่ง ๆต้องพัฒนาเยอะๆนะ สายเรียนชิวๆ สบายๆ ไม่ต้องแข่งกับใคร แข่งกับตัวเอง
 -เราเน้นการฝึกลายเส้นที่ถูกต้องและวิธีการที่ง่ายยยยสำหรับคนที่วาดไม่เป็นเลยและลองวิธีอื่นๆแล้วไม่ได้ผล ไม่อยากฝึกวิธีที่คนทั่วไปๆฝึก 
 และอยากวาดรูป วาดการ์ตูนได้
 -เราอยู่ด้วยการสอนตัวต่อตัวมาตลอด 10 ปี เจอนักเรียนหลายรูปแบบ
 -เน้นคนไม่มีพื้น หรือพื้นฐานน้อยมากๆจนฝึกแบบปกติไม่ไหวจะเคลียร์

เปิดบ้านสอนค่ะ
  Solunery art house สุวรรณภูมิ 
 -รับสอนวาดภาพตัวต่อตัวเหมือนเดิมค่ะ
 -จุดเด่นของพี่คือลายเส้นมือ ไอแพด สีน้ำ ถ้าใครต้องการวาดภาพลดความเครียด อยากหางานอดิเรกทำ อยากวาดรูปเพื่อใช้ในงานตัวเอง โปรโมทธุรกิจตัวเอง  ไม่ต้องวาดเก่ง ก็เรียนได้สบายๆ ครูใจดี มีอุปกรณ์ให้ยืม
 -ด้านล่างเป็นสถานที่
 -จ่ายหลังเรียนเป็นครั้ง
 -ไม่สอนนอกสถานที่ค่ะ 
 สนใจ โทร
 0860857889 พี่มุ่ย

ใครสนใจค้นคว้าเพิ่ม ดู