วันนี้เราจะมาพูดเรื่อง เวลา มันหายไปไหน

สำหรับการที่เรารู้สึกว่า เวลา มันหายไปไหนจริงๆแล้วมันก็เป็นเรื่องปกตินะคะเพราะว่าเวลาของเราเรามักจะใช้ไปกับการเล่นโซเชียลหรือว่าการดูทีวีอาจจะเป็นดูยูทูปวีดีโอหรือว่าการเสพสิ่งอื่นๆนะคะ

เวลา


หรือว่าการที่เราไปบริโภคสิ่ออื่น

แบบหนังสือของคนอื่นนะคะอย่างเช่นเราอ่านหนังสือหรือว่าเราบริโภคสิ่งต่างๆดูทีวีดูยูทูปดูคลิปวีดีโอดูสเตตัสชาวบ้าน แม้กระทั่งโพสต์นี้
พวกนี้มันคือการที่เราบริโภคสื่อของคนอื่นที่เป็น input ของคนอื่นนะคะ ทำให้เราไม่มีเวลาผลิต input ของตัวเองเลยเพราะฉะนั้นมันมันก็เลยทำให้เรารู้สึกว่าเวลาเราหาย
ต่อไปจะทำยังไง ในเมื่อเวลาเรา หายไปกับสิ่งเหล่านี้หมดแล้วเราเคยนับไหมว่า screen Time เราใช้เวลาไปเท่าไหร่แล้วใช้เวลากับหน้าจอมือถือหน้าจอ iPad หน้าจอทีวีหน้าจอทุกอย่างเท่าไหร่แล้วเรามีเวลาเหลือในการที่จะทำสิ่งต่างๆของตัวเองในโลกแห่งความจริงเท่าไหร่


เราได้ใช้เวลาแบบนี้ไปโดยที่เราไม่รู้ตัวแล้วเราก็ทำให้เรารู้สึกว่า “ทำไมเวลามันน้อยจัง” มันดูไม่มีเวลาที่จะทำอะไรที่มันเป็นส่วนตัวของตัวเองเลยปัญหานี้ไม่ได้เป็นกันแค่คุณคนเดียว คนอื่นเขาก็เป็นกัน


ทุกคนเนี่ยล้วนอยากรู้หมายถึงอยากรู้ชีวิตของคนอื่นอยากรู้ว่าคนอื่นเขาเป็นยังไงอยากรู้ว่าสังคมเนี่ยเขาเป็นยังไงกันบ้างเข้าไปอ่านข่าวอ่านคอมเม้นในพันทิป หรือว่าอ่าน Facebook จนเพลินนะคะ


จนทำให้เราสูญเสียเวลาเป็นปริมาณมากนะคะวันๆนึงแล้วอาจจะเสียเวลาประมาณอย่างต่ำก็ 3-4 ชั่วโมงในการที่เราจะดูหน้าจอเพื่อจะเช็คสเตตัสคนอื่นหรือว่าดูไทม์ไลน์ไปเรื่อยๆเลย
เราเสียเวลากับตรงนั้นไปมากแทนที่เราจะทำตรงนั้นน่ะเราเอาเวลามาผลิตงานของตัวเองดีกว่าไหม?แล้วก็โพสต์ให้คนอื่นได้คนอื่นคนอื่นได้เสพ


หันจากฝั่งที่เราเป็นผู้บริโภคมาเป็นผู้ผลิตบ้างนะคะเพราะว่าถ้าเราเป็นผู้ผลิต คนจะใช้เวลาของเขากับงานของเรานะคะมันสลับกันนะกลับกันก็คือถ้าคุณเป็นผู้บริโภคคุณใช้เวลาไปกับสื่อของคนอื่นคุณเลยไม่ได้สิ่งที่เป็นชิ้นเป็นอันในชีวิต


แล้วคำที่เราได้ยินบ่อยมากนะคะ”ฆ่าเวลา”“เธอทำอะไรไปเรื่อยๆเถอะฆ่าเวลา”จะไปฆ่ามันทำไมเวลามันเป็นสิ่งที่สำคัญในชีวิตเรานะคะ
ในชีวิตคนเราเนี่ยเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญมากคนชอบบอกว่าฆ่าเวลาทำไมต้องไปฆ่าเวลา?เราสามารถทำในสิ่งที่มันเป็นประโยชน์


เราสามารถทำในสิ่งที่โลกใบนี้คือยังขาดแคลน คนที่คนที่ช่วยเหลือคนที่ให้อะไรกับสังคมคนที่ให้สิ่งที่ดีๆให้กับสังคมคนที่ให้ความรู้ ความบันเทิง การช่วยเหลือกับสังคม
คืออย่างน้อยนะเราเป็นมนุษย์เหมือนกันเราอาจจะมีสิ่งต่างๆที่เราสามารถที่จะทำให้โลกนี้ได้มากมายทำไมเราจะไม่ทำ


ทำงานของเราก็ได้งานของเราก็ก็เป็นสิ่งที่ควรจะโฟกัสก่อนเป็นอันดับแรกนะคะไม่ใช่สิ่งที่เป็น input ของคนอื่นหรือว่าสิ่งที่คนอื่นเขาทำออกมานะคะแต่ว่าจริงๆมันก็สลับกันนั่นแหละ คุณต้องมีความสมดุลในการ input กับ output นะคะ


ถ้าคุณinputอย่างเดียวแล้วไม่outputเลยเนี่ยมันเหมือนคุณกินแล้วคุณก็ไม่ออกมันก็จะเสียอยู่ข้างในนะคะคือมันก็จะช้ำในอะไรนะคะ


คือถ้าคุณกิน บริโภคสิ่งอื่นๆบางทีคุณก็ต้อง output เป็นสื่อของตัวเองด้วยมันจะทำให้คุณ Balance ในการใช้ชีวิต


แล้วบางทีถ้าเราเสียเวลาในการไปดูชีวิตของคนอื่นมากแล้วเรานอกจากการที่เราจะไปอิจฉาคนอื่นนะคะอย่างเช่นบางคนถ่ายรูปกินกุ้งมังกรกินล็อบสเตอร์กินของดีๆอะไรอย่างนี้นะคะในอินเตอร์เน็ตพวกนี้ซึ่งจริงๆแล้วถามว่ามันเป็นสิ่งที่ท็อกซิกไหมสำหรับเรามันก็ไม่เท่าไหร่หรอกแต่ว่ามันเป็นสิ่งที่มันคนเรามักจะโชว์ด้านเดียวด้านเดียวคือโชว์ด้านที่เขามีความสุขออกโซเชียล


แต่ว่าเวลาเขาเศร้าไม่มีใครมาบอกเราว่าตอนนี้ฉันจนอยู่ตอนนี้ฉันแบบเลวร้ายอยู่ตอนนี้ฉันเบื่อชีวิตไม่มีนะคะทุกคนต่างโชว์ด้านที่ดีออกโซเชียลทั้งนั้น
เพราะฉะนั้นมันก็ทำให้คุณเนี่ยถูกเปรียบเทียบกับเขานะว่าทำไมชีวิตคนนั้นดีดีคนนั้นชีวิต Perfect คนนั้นชีวิตแบบมีลูกมีครอบครัวน่ารักมีความสุขจริงๆ


แล้วถามว่าคุณควรจะไปเปรียบเทียบกับเขาไหม มันไม่ใช่จุดที่คุณจะไปเปรียบเทียบกับเขาเพราะว่าจริงๆคือคุณก็มีดีในแบบของคุณแล้วก็คุณควรจะแฮปปี้ในแบบที่เป็นตัวเรานะคะไม่ว่าเราจะพบหรือว่าผ่านประสบการณ์อะไรมาหรือว่าผ่านประสบการณ์เลวร้ายผ่านประสบการณ์ที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่มาสิ่งเหล่านั้นน่ะมันหล่อหลอมให้เป็นตัวเราและประสบการณ์ที่เลวร้ายมันก็เป็น asset


สมมุติว่าคุณมีเรื่องเล่าที่คุณจะไปเล่ากับคนอื่นอย่างนี้บางทีถ้าคุณแบบชีวิตฉันประสบความสำเร็จได้เกียรตินิยมนะแล้วก็ออกมาก็ได้ทำงานดีๆเป็นเจ้าของธุรกิจประสบความสำเร็จทุกอย่างเลยเรื่องมันก็ไม่น่าสนใจใช่ไหมมันก็เส้นตรง
คือมันก็ไม่เกิดที่ทำให้รู้สึก related หรือว่าคนรู้สึกเข้าใจคุณหรือว่าคนรู้สึกไปกับคุณได้ไงค่ะ
เพราะว่าคนอื่นจะรู้สึกกับคนที่ล้มแล้วก็สามารถลุกขึ้นมาได้เพราะว่านั่นคือสิ่งที่มนุษย์เป็นนะคะ


ถามว่าวันนี้คุณได้พิจารณาเรื่องของการใช้เวลาของตัวเองหรือยังนะคะวันนึงเนี่ยคุณออกกำลังกายบ้างไหมคุณทำแต่งานหรือเปล่าหรือว่าคุณใส่ใจในการค้นหาความรู้การพัฒนาตัวเองหรือไม่หรือว่าใส่ใจแต่เรื่องราวของคนอื่นเรื่องราวของชาวบ้านเรื่องราวของ Social เรื่องราวที่มันไม่เกี่ยวอะไรกับการพัฒนาตัวเองอะไรเลย


คือโอเคถ้าการดูtimeline คนอื่นมันบันเทิงมันโอเคมันได้ความรู้ก็โอเคก็ดูไปนะคะแต่ว่าก็ต้องจำกัดเวลา เพราะว่าถ้าคุณใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมงในโซเชียลอย่างนี้หรือว่าในสกรีนไทม์


บางทีคุณลองนับดูนะว่าเวลาของคุณเสียไปเท่าไหร่ถ้าคุณเสียเวลา 4-5 ชั่วโมง ในหน้าจอมือถือบางทีคุณเสียการเชื่อมต่อกับโลกรอบๆตัวคุณนะคะ


แล้วมันทำให้คุณเสียมุมมองในการใช้ชีวิตบางอย่างไปเพราะว่าจริงๆแล้วโลกของเราไม่ได้อยู่ในนี้โลกของเราไม่ได้อยู่ในหน้าจอนะคะหน้าจอมันจะทำให้คุณสามารถทำมาหากินสามารถทำมาหาเลี้ยงชีพได้


แต่ว่าโลกของเราเนี่ยอยู่ภายนอก อยู่ข้างนอกคุณต้องเชื่อมต่อกับคนอื่นต้องมีความตระหนักในชีวิตประจำวันมากขึ้นนะคะเพราะว่าอะไรเพราะว่าสิ่งนั้นน่ะมันจะทำให้คุณน่ะเติบโตในฐานะมนุษย์
สำหรับบทความนี้ก็ประมาณนี้เป็นความแนวความคิดที่คอนเซอร์เวทีฟในเรื่องเวลามากขึ้นหรือว่าการรักษาเวลามากขึ้นในการใช้ชีวิตบางทีการรักษาเวลาเนี่ยมันไม่ใช่แค่การที่เราตรงต่อเวลาอย่างเดียวนะคะแต่มันหมายถึงการที่เราใช้ชีวิตโดยมีความตระหนักว่าเวลานั้นเป็นเรื่องสำคัญและเวลาเนี่ยเป็นเรื่องที่ไม่ใช่อันลิมิต
เวลาของเราบนโลกมีจำกัดเพราะฉะนั้นเราควรใช้เวลาในสิ่งที่เรารู้สึกว่ามันจำเป็นกับชีวิตแล้วก็ทำให้ชีวิตเราพัฒนาขึ้นไม่ใช่แบบพัฒนาลงเหวนะคะ
เพราะว่าเวลาที่คุณใช้ในปัจจุบันนี้จะเป็นตัว กำหนดความสำเร็จของคุณในวันข้างหน้าเลยเพราะฉะนั้นใช้มันให้ดีๆค่ะ