ทำไมเราไม่ควรฟังเสียงคนอื่นมาก หมายถึงเวลาที่สร้างงานออกมา

หลายๆคนอาจจะยังรู้สึกว่าทำไม่ได้ถ้าไม่ฟังเสียงฟีดแบ็ค ทำได้ยากมากเพราะว่าเวลาที่เราสร้างงานขึ้นมาแล้วเนี่ยเราจะรู้สึกว่าเราอยากจะฟังความคิดเห็นของคนอื่นนะคะ ฟังก็ไม่ผิดค่ะ เวลาฟังมันจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องของการที่เราจะกลัว และไม่กล้าสร้างงานใหม่ๆ

พี่เนี่ยเป็นเองเลยก็คือเหมือนเราฟังความคิดเห็นคนอื่นใช่ไหมคะ เวลาที่เราสร้างงาน เขาจะบอกว่างานยังไม่ดีตรงนั้นตรงนี้หรืออะไรอย่างนี้ คือคนที่เราฟัง ถ้าเค้าเป็นอาจารย์เรา เป็นครู หรือเราไปขอความคิดเห็นเขา หรือเขาบอกเราด้วยความเป็นห่วงเราก็ฟังได้ แต่ถ้าเป็นคนอื่นๆที่เราไม่รู้จักเขา เวลาเขาคอมเมนต์เรา เวลาเราทำงานต่อไป เราก็จะรู้สึกเกร็งว่าเดี๋ยวเราต้องทำให้ดีขึ้นๆ

ซึ่งความคิดแบบนี้มันถามว่ามันดีไหม มันก็ดี แต่ว่ามันทำให้เวลาที่จะเตรียมตัวมันช้า 

มันช้าก็คือเหมือนเหมือนเราเราพยายามทำให้มันดีที่สุดมันก็เลยช้า 

พอช้าแล้วก็เลยขี้เกียจทำแล้วเหมือนแบบไม่อยากทำแล้ว คือเหมือนมันเหนื่อย ใช้พลังงานเยอะเลย

ก็คือน้องควรจะทำงานคุณภาพที่โอเค ที่รับได้ แล้วก็คือไม่ได้แย่เกินไป

ในขณะเดียวกันก็สามารถผลิตงานออกมาได้อย่างต่อเนื่องอย่างนั้น น่าจะดีกว่า

อย่าไปเกร็งว่าเราจะต้องทำงานที่ดีที่สุดอลังการเลยทุกภาพคือเกร็งเกิน

พอเกร็งเนี่ยมันก็ทำให้เราไม่อยากทำ แทนที่แบบเราจะรู้สึกอยากทำให้ดี มันกลายเป็นความเครียดกลายเป็นแบบแทนที่จะสนุกพอ ไม่อยากทำก็ไม่มีงานออกมา เพราะรู้สึกว่าแบบเราต้องทำงานที่ดีที่สุด

อย่าใช้ชีวิตแบบตึงเกินนะอยู่ในทางสายกลาง ก็คือให้มันดีแต่ว่าอาจจะไม่จำเป็นต้องดีที่สุด ถ้าดีที่สุดก็ดีค่ะแต่ว่าอย่าไปเกร็งมากๆว่าจะต้องมันต้องออกมาดีเลิศดีเยี่ยมประเสริฐศรีทุกอย่าง 

ลงมือทำดีกว่าดีกว่า Perfect จำคำพูดพี่ไว้นะ ก็คือลงมือทำดีกว่าดีกว่าพยายามทำให้สมบูรณ์เพราะอะไร?เพราะมันไม่มีความสมบูรณ์หรอก มันไม่มีอะไรสมบูรณ์ในโลกนี้ค่ะ คือต่อให้คุณทำดีแค่ไหนสุดท้ายคุณก็โดนติอยู่ดี

เพราะฉะนั้นในเมื่อผลมันออกมาเหมือนกันน่ะ ทำไมคุณไม่ทำ?
ทำไมไม่ลงมือทำ ทำไมไม่คิดที่จะลงมือทำอะไรสักอย่างที่ทำให้ชีวิตเราพัฒนาขึ้น

หรือว่าทำผลงานออกมาให้ดูแล้วก็เขาจะวิจารณ์อะไรก็แล้วแต่เขา แต่ว่าเราทำ

เพราะถ้าเราทำอย่างแรกที่จะเกิดขึ้นเลยก็คือคุณมีผลงานใช่ไหมเพราะน้องมีผลงาน

คือคุณก็จะไม่ได้อยู่จุดเดิมแล้ว ก็คือเหมือนอยู่จุดที่น้องอยากจะสร้างงานขึ้นเรื่อยๆจะเกิดโมเมนตัมโมเมนตัมก็คือในที่นี้ก็คือเหมือนแบบเหมือนแรงเหวี่ยงที่ทำให้คนเราทำในสิ่งนั้นต่อไปเรื่อยๆเรื่องนี้สำคัญมากกว่าการที่งานสวยหรือไม่สวยอีก

เพราะว่างานสวยก็ดีแต่ว่ามันไม่ใช่ทุกอย่างนะคือหมายว่าเวลาคุณทำอะไรต่อเนื่องสุดท้ายแล้วฝีมือจะพัฒนาขึ้นเอง แต่ถ้าคุณไม่ลงมือทำ คุณกลัวว่ามันจะไม่เพอร์เฟคสุดท้ายคุณก็ไม่ทำอะไรเลยถูกไหม?เพราะฉะนั้นลงมือทำดีกว่า Perfect นะค ะอย่างที่ย้ำไปหลายๆรอบ

Perfect มันไม่มีอยู่จริงในโลกนี้ เช่น Render แบบ 100% แบบสวยงามสุดยอดเลยนะสุดท้ายเพื่อนคุณมาบอกภาพแกไม่มีอารมณ์ เออ อารมณ์เอาอะไรมาวัด เราก็ไม่รู้ไงว่าคนที่เขาคอมเมนต์เราเขาเอาอะไรมาวัด?

บางทีเราพยายามทำให้เต็มที่แล้วแต่สุดท้ายก็โดนติอยู่ดี เพราะฉะนั้นมันเหมือนกัน ถ้ามันเหมือนกันก็จงทำในสิ่งที่เราต้องทำเหอะเพราะว่ามันดีกว่า

มันดีกว่าที่เราจะมานั่งกังวลว่ามันจะเพอร์เฟคหรือไม่เพอร์เฟค เพราะว่าสุดท้ายแล้วถ้าน้องกังวลในสิ่งนี้ คุณจะไม่ได้ทำอะไรเลย หรือคุณอาจจะกลายเป็นคนที่ทำเสร็จแล้วก็เบื่อเลย เพราะว่ามันพอทำทำงานที่เพอร์เฟคแล้วก็เบื่อ เพราะว่าเราได้ปล่อยพลังออกไปหมดแล้ว เมื่อก่อนพี่เป็นมากๆเลยพี่รู้สึกแบบงานต้องเพอร์เฟคนั้น ต้องปล่อยออกไปต้องแบบคนต้องตะลึงเลย คือพอคิดอย่างนี้ใช้ชีวิตเหนื่อย คือแทนที่จะแบบเราจะผลิตงานเรื่อยๆให้คนได้เห็นเรื่อยๆใช่ไหมแล้วคุณภาพพอๆกัน แล้วพอวันหนึ่งที่เราแบบผลิตผลงานออกมาที่แบบดีที่สุดของเราแล้ว คนก็คาดหวังคุณภาพนั้นจากเราอีก

เราเลยคิดว่า ผลิตผลงานที่มีคุณภาพแบบใช้ได้ OK ดีในระดับหนึ่งแล้วเราสามารถที่จะทำได้อย่างต่อ เนื่องและรักษาคุณภาพแบบที่ต่อเนื่อง  คือบางคนอาจจะอยากทำแบบตูม ทีเดียวแล้วคือให้มันอิมแพคกับวงการไปเลย เสร็จแล้วก็ค่อยหายไป ก็แล้วแต่นะคือมันแล้วแต่แต่ละคน 

พี่รู้สึกว่าผลิตงานต่อเนื่องดีกว่าเพราะอะไรเพราะว่าสุดท้ายแล้วถ้าคุณไม่ผลิตงานต่อเนื่องคนก็จะลืมคุณไปนะว่าคนมีตัวเลือกในการบริโภคงานงานต่างๆเยอะนะ พอเขามีตัวเลือกเยอะเนี่ยเขาก็จะลืมคุณได้ง่ายมากนะคะ

หลายๆอย่างเนี่ยคุณทำไปคุณไม่คาดหวังผล บางทีแล้วมันจะดีซะกว่านะดีกว่าการที่เราไปคาดหวังผลคาดหวังผลลัพธ์ว่าจะต้องได้รับคำชมอย่างนั้นอย่างนี้ คือทำให้เต็มที่แล้วปล่อยวางนะอย่างที่พี่เคยสอนไว้ เต็มที่ก็คือเต็มที่ในขณะนั้นน่ะเต็มที่เวลามีอยู่ แล้วก็ปล่อยวางซะเพราะว่าไม่มีใครหรอกที่จะชื่นชมงานของเราเท่าตัวเราเองแล้วไม่มีใครหรอกที่จะมีความสุขกับงานของเราเท่าตัวเราเอง

ตัวเราเองรู้ดีว่าเราทำอะไรเพราะฉะนั้นอย่าให้ความคิดของคนอื่นมามีอิทธิพลต่อสิ่งที่เราทำจริงๆ

ฟังได้แต่ถ้ามันถ้ามันจริงก็มาปรับปรุงแต่ว่าอย่าไปซีเรียสกับมันมากเพราะถ้าซีเรียสกับมันมากนะ คุณจะกลัวค่ะกลัวคือ กลัววาดต่อไปแล้วมันจะแบบมันจะกากมันจะเลวร้ายเลย คือน้องใจเย็นๆเราก็ทำงานให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้แล้วก็ปล่อยออกไปนะแล้วผลนี่คนอื่นๆจะว่าไงก็ช่างมันเถอะ 

ถ้าสนใจก็คือในแง่ของการพัฒนา ก็คือเราก็ยอมรับ ถ้าเขาบอกว่ามันไม่ดีจุดนั้นจุดนี้เลยอ่ะเราก็ยอมรับว่าเดี๋ยวครั้งหน้าเดี๋ยวว่าจะทำให้ดีขึ้นแล้วแต่ไม่ใช่กลัวจนไม่กล้าที่จะลงมือทำอะไรเลย อย่าไปฟังเสียงคนอื่นมากจนกลบเสียงภายในตัวเองค่ะ