TikTok algorithms จะแบ่งเวลาในการดูเป็นสามช่วงก็คือสามวินาที ห้าวินาที 10 วินาที ถ้าเวลาในการดูเยอะมาก TikTok จะดันวีดีโอขึ้น ไม่ใช่สุ่มวีดีโอนะ วิธีนี้ก็คือให้พยายามสร้างวิดีโอที่มีจุดเริ่มต้นกลางและจบโดยที่โฟกัสที่การเล่าเรื่อง. สงสัยมานานแล้วว่า TikTok มีอัลกอริทึมยังไง?ถ้ารู้เรื่องนี้เรื่องเดียวก็ทำให้ช่องดีขึ้นได้แล้ว

ดูสัมภาษณ์คุณบี้เดอะสกาจริงๆคือไม่ได้ดูหรอกฟังเมื่อคืนอ่ะนอนฟังสัมภาษณ์มันจะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่เขาลาออกจากงานประจำมาทำ YouTube แล้วเงินเก็บจะหมด ยอดวิว YouTube ก็ตกแต่ตอนนั้นเค้าทำเพลงโคเวอร์ Gangnam style จนโด่งดังอีกครั้งหนึ่งคุณบี้บอกไว้ว่าคุณไม่จำเป็นต้องออกจากงานประจำมาเพื่อทำสิ่งที่คุณรัก เพราะว่า มันจะมีแรงกดดันในเรื่องของการเงินเข้ามาเกี่ยวทำให้คุณไม่สามารถทำผลงานได้ดีถ้าใครทำงานประจำอยู่ก็ทำต่อไปก่อนคุณบี้แนะนำว่าอย่างนี้

สำหรับเราทำยังไงก็ได้ให้มีความปลอดภัยทั้งด้านการเงินก่อนแล้วค่อยคิดถึงเรื่องการทำสิ่งที่รัก มันจะได้งานที่มีพลังมากกว่า แต่มันก็แล้วแต่คนนะน้องสาวเราบอกว่าถ้าทำอะไรแล้วมันยังไม่ได้เงินเหมือนกันเลือกสิ่งที่รักดีกว่าไหม. เป็นอีกแนวคิดที่น่าสนใจ

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการทำทำไปแล้วคนติดตามเบื่อเพราะว่าเราทำสิ่งเดิมๆซ้ำๆกันไปเรื่อยเรื่อยอันนี้เราก็เป็นนะคือเราทำอะไรซ้ำๆนานไม่ได้ มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ทำซ้ำนานได้คือเรื่องการทำเว็บ เพราะการทำเว็บมีปัญหาใหม่ให้แก้ไขทุกวัน

มีหลายคนบอกว่าเว็บจะตาย ส่วนตัวเราไม่คิดว่าเราเว็บจะตาย ตราบใดที่คนยังบริโภคข้อมูลอยู่ และต้องการการแก้ไขอะไรบางอย่างอย่างรวดเร็วยังไงเว็บไซต์ก็เป็น ทางแก้ปัญหาที่ดีที่สุดเวลาจะ หาคำตอบอะไรสักอย่าง หรือถ้าเว็บตายจริงเราก็คิดเหมือนกับแกรี่วีเรื่องโซเชียลมีเดียว่าโซเชียลมีเดียอันไหนตายไปวิธีการในการสื่อสารยังคงจะอยู่มนุษย์ยังคงต้องการสื่อสารคนที่ทำเว็บสามารถที่จะถ่ายทอดลักษณะในการสื่อสารต่อไปได้

รู้มั้ยว่าทำไมเราถึงชอบจดบันทึกไว้ในเว็บไซต์และสิ่งที่เราเขียนใน Facebook ประมาณ 60% ไปโพสต์ในเว็บไซต์ เพราะว่า Facebookหาบทความต่างๆยากมากเวลาที่โพสต์บทความดีดีแล้วต้องการย้อนกลับมาอ่านทบทวนตัวเองยากมาก

วันก่อนดูว่ามีไดอารี่ออนไลน์ที่เราใช้ได้ เจอแอพน่าสนใจอย่าง journal กับ day one และคิดจะกลับไปใช้ Evernote จัดการชีวิตอีกครั้ง แต่ปรากฏว่าสมัครเคยสมัครแอพเหล่านั้นแล้วเราไม่ค่อยได้ใช้เลยใช้ Facebook ในการบันทึก แต่อย่างที่บอก Facebook มีปัญหาในการหาบทความเก่า แต่ Evernote เดี๋ยวนี้ทำแบบ trello ได้ละ

ช่วงนี้เรียนสองคอร์ส คอร์สsvg Etsy digital file ของคุณอัน ที่ เฮีย Sinwat Intararak มาแนะนำ กับ KDP low content ที่ udemy เลยไม่ค่อยได้วาดรูป

ตอนแรกเราคิดว่าเคดีพี. Kindle direct publishing จะมีแค่หนังสือขาย ก่อนหน้านี้พี่ Monsit Jan ในตำนานได้แนะนำ พี่เค้าถามว่าถ้าสนใจ POD (print on demand) ไม่ทำเคดีพีหรอ ตอนนั้นไม่รู้ว่า มันคืออะไรนึกว่าพี่เค้าให้ทำหนังสือที่ไหนได้มารู้จักจาก Sinwat Intararak ว่ามันคือขาย สมุดที่ข้างในเป็นพวกเนื้อหาโล่งๆมีตารางนิดนิดหน่อยหน่อยตามแต่คนจะออกแบบคล้ายกับพวก planner ถึงตอนนี้ก็ยังสงสัยอยู่ว่าเค้าเอาไปใช้กันยังไง

จริงๆที่สนใจพวกเนี้ยเพราะว่าoverhead ต่ำมาก ไม่เจ็บตัวมากแล้วก็ใช้ทักษะการออกแบบพอสมควร

แต่ปวดตับตรงสุดท้ายต้องไปยุ่งกับ Adobe หรือไม่ก็ย้ายมาใช้ Affinity publisher ไปเลย