ช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมานี้เฝ้าถามตัวเองว่าทำไมเราถึงไม่พัฒนาสักที หรือไม่พัฒนาเท่าที่ควรเท่าที่เราอยาก ผลปรากฎมันเป็นเพราะว่าเราขาด purpose เราไม่รู้ว่านอกจากเก่งขึ้น ดังขึ้น เราจะฝึกไปเพื่ออะไร 10 ปีมานี้วาดรูปไปประมาณ 1700-1800 รูป

แล้วเราก็ไปเจอสมุดระบายสีที่ทำกับน้องไว้แล้วมันก็จุดประกายอะไรหลายอย่างให้เราได้คิดอีกครั้ง

จริงๆ เมื่อก่อนที่เก่งเพราะว่ามีเป้าหมายที่ชัดมากว่าจะต้องเป็นคาแรกเตอร์ดีไซน์ และทำงานต่างประเทศให้ได้ ตอนนี้เป้าหมายเหล่านั้นเราวางลงหมดแล้วที่อยากเก่งเพราะอยากสอนนักเรียนให้ดีขึ้น แรงขับมันเลยไม่พอที่จะทำให้เก่งขึ้นแบบก้าวกระโดด พูดง่ายง่ายคือความอยากมันยังไม่พอ เพราะวัยด้วย และอยากทำหลายอย่างเกินไป

แล้วบอกตรงตรงว่าไปเห็นงานเด็กเก่งเก่งในไอจีบางครั้งก็ท้อว่าเราพัฒนาช้าเกินไปแล้วแต่มานั่งนึกดู. ช่วง 10 ปีนี้ก็ได้ทำอะไรหลายอย่างมากจริงๆแม้จะเสียเวลาไปกับการเสียใจ เรื่องต่างๆค่อนข้างมาก

แต่ก็ต้องขอบคุณทุกคนที่จ้างงานเรานะคะ

ตอนนี้เรา(พยายาม)มีเป้าหมายใหม่อีกครั้ง นั่นก็คือ storytelling ด้วยภาพ และเราจะทำอย่างใจอยากมากขึ้น และวาดรูปด้วยความรู้สึกที่จริงใจต่อคนดู มากขึ้น ถ้าถามว่าเป้าหมายใหม่คืออะไรก็คืออยากสร้างความสุขให้คนดูภาพของเราอยากให้คนรู้สึกอะไรบางอย่างกับภาพหรือคิดขึ้นได้

สิ่งที่สำคัญคือเราจะซื่อสัตย์ต่อตัวเอง ไม่ยอมเปลี่ยนตัวเองไปตามโลกตามกระแสอะไรที่เราไม่ได้เป็นเราจะพยายามทำงานศิลปะด้วยการเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด

Fb,Ig:Teimeilian (น้องสาว)

Shinobu

ขอบันทึกความรู้สึกหลังได้วาดรูปนี้หน่อย
ตอนวาด รู้สึกเหนื่อย กำลังเหนื่อยกับความพยายามของตัวเองในการที่จะทำให้เก่งขึ้น แล้วสองสามวันมานี้ก็ไปซื้อ tutorial ของ Jing sketch มาดู

แล้วเค้าก็บอกว่าคนเก่งเก่งในโลกเยอะมากมายคนวาดที่วาดเก่งโฟกัสที่ technique มีเยอะแยะแต่คนที่เล่าเรื่องด้วยภาพ มีน้อยกว่าและส่วนมากจะเป็นคนที่สำเร็จก็เลยรู้สึกเหนื่อยขึ้นมากระทันหัน

รู้สึกเหมือนตัวเองโฟกัสผิดจุด ไปพยายามทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้เป็นอยู่นานแต่มันก็ได้อะไรบางอย่างกลับมาก็เป็นบทเรียน

จนน้องสาวเราบอกว่าเมื่อก่อนเจ้ก็แม่นสัดส่วนอยู่แล้วตอนประมาณเมื่อ 13 ปีก่อนสมัยทำงานประจำอยู่สิงคโปร์คือช่วงนั้นมันมีเหตุผลที่ทำให้ต้องแม่นเพราะว่าถ้าทำงานประจำอยู่ความแม่นจำเป็นมากๆตอนนี้ไม่มีอะไรมาบังคับก็เลยรู้สึกหย่อนยาน จะพยายามมากขึ้นอีกนิด แต่จะทำงานให้ฉลาดขึ้น

เมื่อประมาณ 13 ปีก่อนเราจะเป็นคนที่มีความสุขกับการทดลองเทคนิคมากๆแล้ว ก็จะภูมิใจทุกครั้งที่ได้ใช้เทคนิคใหม่ใหม่ ที่เราคิดค้นในงานเรารู้สึกเสมือนว่าได้ทดลองเหมือนเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่อยู่บนศิลปะเสมือนได้ทดลองและห้องทดลองก็คือสตูดิโอที่เราทำงานศิลปะ

งานเราก็เลยไม่ค่อยซ้ำเท่าไหร่ในช่วงนั้น แต่พอแก่ตัวขึ้นความรู้สึกที่สนุกกับการทดลองมันหายไปเลยไม่ใช่เพราะอะไรนะเพราะว่าเราเริ่มไม่อยากทดลองเราอยากได้อะไรที่มันเป็นเทคนิคของเราแล้วคนดูก็รู้ว่าเป็นของเราแล้วใช้ซ้ำๆได้เลย

แต่ตอนโตขึ้นโตขึ้นก็ยิ่งตัดสิ่งที่เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่ออกไปเรื่อยเรื่อยเรื่อยเสมือนคัดตัวตนให้เหลือแต่แก่น แล้วก็พบว่าที่บอกว่าไม่ชอบเพนท์ เราไม่ได้ไม่ชอบเพ้นท์ และไม่ได้รังเกียจการเพ้นท์เท่าไหร่แต่ความชอบในการทดลองมันหายไปแล้วมันอาจจะไม่กลับมา แต่สิ่งที่มีในตอนนี้ กลับเป็นความมั่นคงในตัวตน เรารู้แล้วว่าเราชอบอะไรไม่ชอบอะไร. ก็เลยไม่มีเหตุผลที่จะต้องทดลอง

มาเล่าเรื่องสีกวอช จริงๆเป็นสีที่ไม่เคยคิดจะใช้เลยนะ เพราะรู้สึกว่าเป็นสีทึบแสง(ไม่ชอบอะไรทับเส้น )แล้วอะไรที่มันต้องผสมดำ ขาว เรารู้สึกว่าสีมันจะดูเฟค แต่ไปเจอคลิปในยูทูบ ใช้สีกวอช คิดว่าลองไม่อคติ แล้วเออน่าลองว่ะ ประกอบกับพี่เควิน อารติสต์วอร์แฮมเมอร์ แนะนำเรามาโดยตรงว่าให้ลองใช้สีทึบแสงสักอย่าง หลังจากส่งงานให้ดู

เมื่อใช้กวอช มีความรู้สึกว่าได้พบคู่ เสมือนอย่างนั้นเลยเพราะว่ามันเหมาะกับนิสัยเรามากเพราะจริงๆนิสัยเราไม่เหมาะสีน้ำ คือเราใจร้อน และคุมน้ำได้ไม่ดี แต่ก็ฝึกนะ นอกจากนี้สีชนิดนี้ยังระบายได้หลายชั้น ปาดเหมือนอะคริลิคก็ได้ :3 ยิ่งลงบน Strathmore toned tan ยิ่งสวย

Procreate

❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️น้องทำให้พี่คิดได้นะ Nunu Tantan

Shinobu himi gouache and Shinhan watercolor on baohong