มีหลายคนมากๆที่ถามว่าทำไมเราถึงมีพลังเยอะมากในการทำงานก็คือวาดรูปไม่หยุด โดยที่อาการป่วยของเราแทบไม่มีผลต่อการทำงานของเราเลย ในช่วงหลัง

อย่างแรกนะ อาจจะเป็นเรื่องที่ฝืนความรู้สึกแต่ตัดเงินออกไปจากสมการก่อนก็คือถ้าเราคิดว่าวาดรูปเพื่อให้ได้เงินจริงๆมันเป็นความคิดที่ไม่ได้ผิดแต่มันจะทำให้เวลาที่เราไม่มีเงินเข้ามาจากงานวาดเราก็จะไม่วาด และอีกอย่างก็คือถ้าคุณเอาเงินเป็นตัวตั้งก่อนโอกาสที่คุณจะได้โปรเจ็คดีดีมีน้อยนะคะเพราะคุณพยายามจะทำในสิ่งที่คนทั่วไปทำ ถ้าคุณคิดเหมือนคนอื่นคุณก็จะได้ผลลัพธ์เหมือนคนอื่น ถ้าคุณคิดเหมือนใคร คุณก็จะมีโอกาสได้รับผลลัพธ์เหมือนกับคนนั้น

แล้วถ้าเราตัดเรื่องเงินออกไปจากสมการเราจะเอาเงินมาจากไหนในการดำเนินชีวิต? อย่างแรกต้องแยกงานเลี้ยงชีพกับงานเลี้ยงใจออกจากกัน หากคุณวาดเป็นอาชีพ คุณจะต้องทำในสิ่งที่โจทย์บอกคุณให้ทำไม่ใช่ไป improvisation ในงานนั้น แน่นอนว่าสไตล์ หรือ personal stamp สามารถใส่เข้าไปได้ แต่ต้องเข้าใจตลาดก่อน ว่าตลาดต้องการอะไร?

โอกาสที่คุณจะได้รับงานดีดีนั่นก็คือคุณทำในสิ่งที่คนทั่วไปทำไม่ได้ สิ่งที่คุณทำได้เท่านั้น ไม่เช่นนั้นคนเค้าจะมาจ้างคุณทำไม? ถ้าคนอื่นทำได้ง่ายง่ายก็เท่ากับว่าสิ่งที่คุณทำสามารถหาคนทำเปลี่ยนได้เหมือนกับฟันเฟือง

แล้วการทำโปรเจ็ค personal work มันดีตรงไหน?  อย่างแรกคือเราได้งานส่วนมากมาจากการทำงานส่วนตัว. แล้วลูกค้าเห็นก็เลยมาจ้าง ถ้าคุณฝืนตัวเองเป็นคนอื่นในวันนี้ หรือคิดเรื่องเงินก่อนคุณก็จะทำโดยที่เอาเงินเบสเป็นหลัก ซึ่งถามว่ามันผิดไหมมันไม่ผิดคือเอาเงินเป็นตัวตั้งแล้วหาออเดียนหรือผู้ชมทีหลังหรือผู้ว่าจ้างทีหลังก็ได้

แต่ว่าถามใจตัวเองดูนะว่าอยากทำเช่นนั้นหรือเปล่า? มันอาจจะเป็นแนวของคุณก็ได้ค่ะ  แต่มันไม่ใช่แนวทางของเราทุกครั้งที่เราคิดเรื่องเงินหรือมีความเครียดเรื่องนี้เราจะวาดรูปไม่ออกเลยนั่นก็คือเราแบ่งแยกชัดเจนระหว่างงานที่ให้เงินและงานที่ไม่ให้เงินแต่ให้โอกาสในการทำงานที่ดีในอนาคต นั่นก็คือ personal work หรืองานส่วนตัวของตัวเองงานที่เป็นงาน Original

อีกเรื่องที่อยากจะพูดคือยอดไลท์

เราเป็นคนที่เข้าใจเรื่องนี้ดีและเรารู้ว่าวาดอะไร หรือเขียนอะไรให้คนสนใจค่ะ แต่จะทำหรือไม่ทำแค่นั้นเอง

งาน(นับเฉพาะงานวาดนะ)ล่าสุดที่เราได้like เยอะมากๆก็คือได้like ราว 5000 like จากติ๊กตอกคือคลิปวาดพิงค์แพนเธอร์เป็นคน และคลิปเดียวกันแยกเป็นสองคลิปได้likeรวมกัน 8000 likes จากติกต้อกเช่นกัน

มันไม่ได้ยากเลยถ้าคุณอยากเป็นที่นิยม หรืออยากมีฟอลโล่เยอะเยอะ คุณแค่ต้องเข้าใจตลาดเฉยเฉยว่าตลาดเค้าต้องการอะไรแต่ถ้าคุณทำแบบนั้นทำเพื่ออะไรซักอย่างที่ไม่ใช่เพื่อตัวเองสักวันเมื่อคุณทำเช่นนั้นไปเรื่อยเรื่อยคุณจะเริ่มหมดศรัทธาในตัวเองเพราะคุณรู้สึกว่า นั่นไม่ใช่ตัวคุณ

คนอาจจะกำลังชอบในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวตนคุณอยู่หรือไม่คุณก็กำลังทำในสิ่งที่ง่าย สิ่งที่รู้อยู่แล้วว่าคนชอบ? อยู่หรือเปล่า?นั่นเป็นเหตุผลที่เราไม่ทำอะไรตามกระแสเราจะทำตามกระแสต่อเมื่อเราชอบสิ่งนั้นด้วยจริงๆ

อันนี้เราไม่รู้เหมือนกันแต่ตามความคิดของเราคือเราทำงานที่เป็นที่นิยมเพื่อทดสอบอะไรบางอย่างในชีวิตเราเฉยเฉยนั่นก็คือเราอยากรู้ว่าถ้าหากเราทำวีดีโอแนวนี้แล้วคนจะชอบหรือไม่มันเป็นการทดลองหรือเป็นexperiment ของเราซึ่งพอทำแล้วมันก็รู้สึกฟินไปอีกแบบ นอกเหนือจากการที่คนชอบเยอะนะ รู้สึกฟินที่เราค้นหาคำตอบอะไรบางอย่างเจอแล้ว

นั่นก็คือถ้าเราทำตามสูตรไปเรื่อยเรื่อยสุดท้ายแล้วเราก็จะเป็นที่นิยมของแบบนี้มันมีสูตรในการทำอยู่เพียงแต่ว่าคนปรุงจะปรุงได้กลมกล่อมหรือไม่ จังหวะดีหรือไม่

ถ้าถามว่าเรารู้สูตรแล้วแล้วทำไมถึงไม่ได้ทำตามนั้นทุกอย่างนั่นก็เป็นเพราะว่าบางอย่างเรารู้ไปแล้วทำเราอาจไม่ได้รู้สึกภูมิใจในการทำสิ่งนั้นเท่ากับการที่ได้เห็นคนชอบตัวตนเราอย่างแท้จริงโดยที่ไม่มีข้อแม้ใดใดมากกว่า

อีกเรื่อง

ทำไมคุณอยู่ที่เดิม????

ส่วนมาก เป็นเพราะ คุณ ‘คิด’ และ ‘ทำ’ เหมือนเดิมๆ

และส่วนมาก’เหมือนที่คนอื่นทำ’ อยากได้งานวาด ดีๆ ก็ทำงานวาดปก อยากอินเตอร์ เข้าสตูดิโอ เราไม่ได้ว่าอะไรนะ หนทางแต่ละคนไม่เหมือนกันและเราเคารพทางที่ว่ามา เราก็เคยทำมาแล้วนะคะ แต่ในโลกนี้ มีหนทางเยอะกว่านั้นมาก จริงๆ ขายงานทั่วโลกไม่ใช่ความฝัน ขอแค่อย่าเปิดตา แต่ปิดใจค่ะ

อยากทำหนังสือ  ทำการ์ตูน ขายทั่วโลก ===> kdp Amazon

อยากทำสินค้า ขายทั่วโลก===> Etsy + printful,redbubble

มาดูข้อดี kdp Amazon ที่อยากจะบอกต่อมากๆ

-ไม่ต้องลงทุนสักบาทนึง

-ทำได้ทั้งเล่มและอีบุค

-ไม่มีจำกัด เพดานรายได้

-ไม่ต้องลง ad (แต่ลงได้ )

-ทำได้คือโกอินเตอร์สุดๆ

สิ่งที่ต้องมี

บัญชี payoneer ผูกกับแบงค์อเมริกา (สมัครไม่ยากเลย)