fbpx

แทนที่จะสู้ด้วยความถึก ให้สู้ด้วยภาพจำ

by sasi tanadeerojkul

อันนี้เรามาพูดโน้ตไว้เฉยๆนะคือเราคิดเรื่องของสไตล์มาสักพักแล้วพอดีเพื่อนเราพูดให้ฉุกคิดเรื่องนึงก็คือคนเราพอแก่ตัวไปจะทำงานที่ถึกเหมือนเดิมมากไม่ได้ แทนที่จะสู้ด้วยความถึก ต้องสู้ด้วยภาพจำแทนหมายถึงภาพจำของเราว่าเราจะเป็นแนวไหนคำพูดที่จู่ๆคิดขึ้นมาในหัวเลยว่าพี่มุ่ยวาดแบบนี้

ที่ผ่านมาเราเอาแต่คิดว่าอยากจะวาด สไตล์แบบตะวันตกแต่เส้นแบบตะวันออก เพ้นท์แบบตะวันตกเลยแต่มาคิดถึงตอนนี้เมื่อวานเราฟังคลิปของคนนึงใน YouTube เขาบอกว่าอะไรก็ตามที่ทำได้เร็วที่สุดนั่นคือพรสวรรค์และเราควรจะหาเงินจากพรสวรรค์ของเราไม่ใช่ passion อย่างเดียวแล้วสไตล์ที่เป็นพรสวรรค์ของเรามันคือความแบนเป็น 2 มิติ คือเราทำแนวนี้ได้เร็วมากๆ

เราพยายามทำสไตล์ที่เป็น 3 มิติมานานมากไม่ใช่ไม่เคยทำเลยแล้วก็พยายามพิสูจน์ตัวเองหลายรอบสุดๆสุดท้ายเราก็สนุกกับมันนะแต่พบว่าทำได้นานมากกว่าจะทำได้ดีสู้งานที่เป็นแบนๆเล่น textureกับสีไม่ได้

เพราะเราไม่ได้มีพรสวรรค์ทางด้านความเข้าใจเรื่องของมิติภาพของเรามันจะเป็นภาพแบนๆเราเคยเข้าใจเรื่องนี้มาช่วงนึงแล้วแล้วก็วางมันลงไปเพราะอีโก้ของตัวเองอีกแล้วนะ ที่มาพูดไม่ใช่อะไรหรอกอยากจะโน้ตทบทวนเก็บไว้น่ะ

ถ้าถามเราว่าพรสวรรค์มีจริงไหมเราเชื่อว่ามีอยู่จริงมันจะมีบางอย่างที่บางคนใช้เวลาฝึกนานกับบางคนใช้เวลาฝึกน้อยแล้วก็เป็นแต่ความที่เป็นพรสวรรค์เนี่ยมันก็สู้การฝึกฝนไม่ได้ไม่ว่าคุณจะเก่งแค่ไหนแต่ถ้าคุณไม่ฝึกมันก็เท่านั้นค่ะ

สำหรับเราเราเป็นไม้เบื่อไม้เมากับการฝึก drawing มากๆคือบอกตรงๆว่าสำหรับเรามันไม่สนุกมันไม่มีความสุขมันไม่โอเคเลยจริงๆเข้าใจนะว่าขั้นตอนการฝึกมันต้องไม่สนุกแต่สำหรับเราเรารู้สึกอยากอ้วกไม่ชอบไม่อินเลยนั่นคือเหตุผลที่เราไม่เก่งเรื่องมิติเพราะว่าเราไม่ฝึก drawing แบบปกติ

พอไม่ฝึกมันก็ไม่เก่งเป็นเรื่องปกติตอนที่อยู่มอปลายก็ไม่ได้แอนตี้เท่านี้นะแต่พอโตมาแล้วต้องฝึก render สามเหลี่ยมสี่เหลี่ยมอะไรพวกนี้เราคิดว่าอาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เราติดอยู่ที่ตรงนี้ก็ได้แต่เราก็คิดอีกว่าไม่จำเป็นต้องฝืนจะต้องทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ

ตอนทำงานประจำแล้วก็ฝึกเรื่องมิติอยู่พักนึงเรื่องพื้นฐานให้มันแน่นๆอยู่สักพักนึงเพราะว่ามันเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องทำให้มันเก่งขึ้นมาให้ได้แต่สำหรับตอนนี้เรารู้สึกว่ามันไม่มีเหตุผลอะไรที่มันบังคับเราให้มันจะต้องเป็นแนวนั้น

คือชีวิตมันเป็นของเราเราจะทำแนวไหนมันก็เรื่องของเราส่วนใครจะคิดยังไงก็เรื่องของคนนั้นสุดท้ายแล้วเราขอเลือกแบบที่ตัวเองโอเคที่สุดดีกว่า

Related Posts