fbpx

Lilith (soon to drop at @Knownorigin) translation in progress

by sasi tanadeerojkul

translation in progress
ข้าคือ ‘ลิลิธ’ ผู้ดูแลพระราชอุทยานภายในพระราชวังแห่งนี้ มีหน้าที่บำรุงรักษาเหล่าพฤกษาทั้งมวล แต่ตัวของข้านั้นไม่ได้ต้องการจะอยู่ในสถานะนี้แม้แต่น้อย

ลิลิธนั้นเคยเป็น ‘อดีตคู่หมั้น’ ขององค์ชายอดัมมาก่อน เรื่องบรรดาศักดิ์ก็เป็นถึงคุณหนูจากหนึ่งในตระกูลใหญ่ของประเทศนี้  
แต่เมื่อวันหนึ่งตระกูลของนางต้องถึงคราวล่มสลาย เมื่อค้นพบหลักฐานการฉ้อโกงท้องพระคลังทั้งยังมีหลักฐานในการคิดก่อกบฎอีกด้วย จึงทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของลิลิธพังทลายเพียงชั่วข้ามคืน
การประหารชีวิตโดยการแขวนคอทั้งตระกูลเริ่มขึ้นและจบลงภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง  ชาวบ้านต่างตะโกนก่นด่าสาปแช่งพลางปาก้อนหิน รวมถึงถ่มน้ำลายใส่ศพครอบครัวของนางที่แขวนคาแท่นแขวนคอกลางจัตุรัส  
เดิมทีลิลิธจะต้องถูกประหารไปกับพวกเขา แต่องค์ราชินีทรงอ้อนวอนองค์จักพรรดิให้ไว้ชีวิตของเด็กสาวเอาไว้ เพราะพระนางทรงรักและเอ็นดูลิลิธราวกับลูกแท้ ๆ ของพระองค์เอง ทั้งยังเคยเป็นผู้เลือกลิลิธให้เป็นคู่หมั้นของเจ้าชายอดัมอีกด้วย  
ทว่าในตอนแรกองค์ราชินีคิดจะแต่งตั้งให้เป็นเด็กสาวเป็นนางสนองพระโอษฐ์ประจำตัว แต่เพราะถูกคัดค้านอย่างหนักจากเหล่าขุนนางเนื่องด้วยสถานะกบฎที่ติดตัว ซึ่งอาจทำให้สั่นคลอนความปลอดภัยของราชินีและคนในราชวงศ์
จนสุดท้ายปัญหาทุกอย่างก็จบลงที่ลิลิธกลายเป็นผู้ดูแลพระราชอุทยาน แต่ต้องอยู่ในสายตาของ ‘ผู้คุมความประพฤติ’ อย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ทั้งกับตัวเด็กสาวเองรวมไปถึงคนในพระราชวัง
ทุก ๆ วันนอกจากการดูแลพระราชอุทยานแล้ว เด็กสาวยังต้องเด็ดและนำดอกไม้ส่งไปยังส่วนต่าง ๆ ภายในราชวังหลวงนั่นคือหน้าที่ของนาง 

หลังจากเรื่องการประหารชีวิตทั้งครอบครัวของลิลิธจบไปได้ไม่นาน องค์ชายอดัมก็แต่งตั้ง ‘อีฟ’ บุตรสาวจากตระกูลใหญ่อีกตระกูลหนึ่งเพื่อมาเป็นคู่หมั้นคนใหม่แทน
ลิลิธยอมรับว่าคู่หมั้นคนใหม่ขององค์ชายสวยราวกับนางฟ้า ทั้งยังมีความอ่อนโยนนุ่มนวล หากองค์ชายจะหลงใหลในตัวนางก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ต่างจากตอนลิลิธที่แม้จะเข้าเฝ้าสักครั้งหนึ่งก็ยังยาก ถึงจะเข้าเฝ้าได้ก็ไม่เคยมีครั้งไหนที่จะพูดคุยแบบนี้ได้เลย
ทุกครั้งที่คนทั้งสองใช้เวลาพูดคุยและจิบน้ำชาในพระราชอุทยาน ลิลิธมักจะไปซ่อนตัวแล้วมองอยู่ห่าง ๆ มันช่างเป็นชีวิตที่ลำบากใจยิ่งนัก 
เด็กสาวอิจฉาอีฟ อิจฉาชีวิตที่อีกฝ่ายมี ทั้งการได้รับรอยยิ้มจากผู้คนรอบข้าง ทั้งความรักของอดัม ทั้งชีวิตที่ดูมีความสุขสมหวังสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง 
ลิลิธอิจฉาทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ที่มีอิสระ ต่างจากนางเองที่แม้จะมีลมหายใจอยู่ก็ไม่แตกต่างจากการถูกขังไปชั่วชีวิต
‘ทำไมชีวิตของข้าต้องกลายเป็นแบบนี้ด้วย !’
ลิลิธทำได้เพียงกรีดร้องภายในใจและร้องไห้ทุกวันจนไม่แทบเหลือน้ำตา ความคับแค้นใจแน่นอกเสียจนหัวใจแทบจะระเบิดออกมา แต่ก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้มากกว่านี้ 

เด็กสาวใช้ชีวิตแบบนี้อยู่สามปีจนกระทั่งวันหนึ่งตอนกำลังเก็บดอกไม้เช่นทุกวัน ลิลิธเจองูตัวหนึ่งที่ซ่อนอยู่จึงสะดุ้งสุดตัว หากก่อนจะได้ร้องเรียกให้คนช่วยมันกลับพูดขึ้นมาเสียก่อน
“ไม่ต้องกลัว ข้าไม่ได้มาทำร้ายท่าน” เจ้างูบอก ลิลิธผงะเตรียมจะถดตัวหนีแต่เจ้างูกลับชูคอขึ้น ลิ้นสองแฉกของมันแลบเข้าแลบออก 
แม้จะหวาดกลัวแต่เมื่อมองดี ๆ มันเป็นงูที่สวยงามมาก ตัวของมันใหญ่เท่ากับงูหลาม เกล็ดสีมรกตแปลกตาสะท้อนแสงเป็นมันเลื่อมเมื่อต้องแสงอาทิตย์ 
ลิลิธตกใจเมื่อมันเลื้อยเข้ามาใกล้อย่างช้า ๆ ก่อนจะวางหัวของมันลงบนตักของนางราวกับเป็นสัตว์เลี้ยงเชื่อง ๆ  เด็กสาวลองใช้นิ้วแตะอย่างแผ่วเบา เมื่อรู้สึกว่าปลอดภัยจึงใช้มือลูบหัวมันอย่างอ่อนโยน 
เด็กสาวมองไปรอบ ๆ เมื่อเห็นว่าไม่เห็นคนเฝ้าจึงรีบเอ่ยถามเจ้างูอย่างร้อนรน “เจ้า…เป็นตัวอะไรกันแน่ ?”
“ก็อย่างที่เห็นข้าเป็นงู แต่เป็นงูที่เกิดมาจากความอิจฉาริษยาและความเกลียดชังของท่านที่มีต่ออีฟ ‘ลิลิธมารดาแห่งข้า’ ” เจ้างูบอก “ท่านทั้งอิจฉา ทั้งริษยาและเกลียดชังทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ แต่ข้ามีวิธีที่ทำให้ท่านหยุดความรู้สึกทุกอย่างได้”
“ทำยังไงล่ะ ? เจ้าจะแย่งอดัมมาให้ข้าหรือยังไง ?” เด็กสาวยิ้มเยาะพลางถามเป็นเชิงแหย่ เพื่อดูว่าอีกฝ่ายรู้มากแค่ไหนและทำอะไรได้บ้าง
“แล้วท่านรักอดัมหรืออย่างไร ? ข้าว่าไม่นะ” เจ้างูว่า นั่นทำให้เด็กสาวสะอึก “ท่านจะรักชายที่ใส่ร้ายและทำร้ายครอบครัวของท่าน เพื่อไปหาผู้หญิงคนอื่นได้ลงอย่างงั้นรึ ?”
ลิลิธอึ้งก่อนจะก้มหน้าลงมือจิกกำหญ้าบนพื้นแน่น หยดน้ำตาร่วงลงบนหัวของเจ้างู มันผงกหน้าขึ้นมาและพบว่าเด็กสาวกำลังร้องไห้
นางพูดทุกความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในอกมาตลอดสามปี ทุกอย่างไหลพรั่งพรูออกมาจากปากราวกับสายน้ำ
“ข้าก็แค่อยากจะมีชีวิตเหมือนกับคนอื่น ๆ ข้าผิดหรืออย่างไร ?” นางใช้มือปิดหน้า “นอกจากองค์ราชินีแล้วก็ไม่มีใครจริงใจกับข้าสักนิด ข้าเกลียดทุกสิ่งทุกอย่างในวังหลวงนี่ ข้าเกลียดอีฟ ข้าเกลียดอดัม องค์จักพรรดิและโชคชะตาของข้านัก !”
ลิลิธนึกถึงคืนหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ ที่องค์ราชินีทรงสารภาพเรื่องการฉ้อโกงท้องพระคลังและการก่อกบฎของครอบครัวของนาง ความจริงของทุกสิ่งทุกอย่างคือการจัดฉากขึ้นโดยมีเหล่าขุนนาง องค์ชายและองค์จักรพรรดิสมรู้ร่วมคิดกัน องค์ราชินีขอโทษกับเด็กสาวที่ไม่สามารถหยุดการกระทำอันชั่วร้ายนั้นได้
 ราชินีรู้เรื่องนี้มาโดยตลอดแต่นางก็เป็นเหมือนกับผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่ไม่กล้าขัดคำสั่งในโลกที่องค์จักพรรดิมีอำนาจสูงสุด พระนางก็รักตัวกลัวตายเช่นกันเพราะฉะนั้นจึงไม่สามารถยืนหยัดเพื่อความถูกต้องได้
อดัมลงมือทำทุกอย่างเพื่อผู้หญิงคนนั้น ! ส่วนองค์จักพรรดิกับพวกขุนนางก็ทำเพื่อรักษาอำนาจของตนเอง ! เพียงเพราะตระกูลของนางเริ่มมีอำนาจมากเกินไปจนพวกเขาคิดว่าอาจจะไม่สามารถควบคุมได้ในอนาคต จึงกำจัดทิ้งเสียตั้งแต่ต้นลม
สิ่งที่เกิดขึ้นมันก็เป็นเพียงเกมแห่งอำนาจเกมหนึ่งเท่านั้นเอง
ลิลิธนึกถึงภาพเมื่อครั้งอดีต ครอบครัวที่รักใคร่กันดีจนถึงวันสุดท้ายที่คอของพวกเขาต้องห้อยอยู่กับเชือกบนแท่นแขวนคอ เด็กสาวต้องทนเห็นครอบครัวของตัวเองถูกแขวนต่อหน้าต่อตาครั้งแล้วครั้งเล่าจนถึงตาของตัวเอง 
ทุกความรู้สึกเริ่มก่อตัวจนเจ้างูรู้สึกได้ ตัวของมันเริ่มใหญ่ขึ้นและเกล็ดสีมรกตอันสวยงามก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับเลือด เด็กสาวเงยหน้าขึ้นทั้งน้ำตาไหลพรากก่อนจะหยดลงบนพื้นดิน 
“ท่านอยากทำอะไรกันแน่จงบอกข้า ถ้าท่านมีอำนาจที่มากกว่าคนพวกนั้นในมือ ท่านจะทำอะไร ?” เสียงของเจ้างูเริ่มเปลี่ยนเป็นทุ้มขึ้น  “ตัวข้าในตอนนี้มีพลังอันเกิดจากความรู้สึกของท่าน 
มารดาแห่งข้า ลิลิธ ท่านบอกข้ามาสิว่าอยากให้ข้าทำอะไร ?”
ลิลิธมองดูเจ้างูที่เพียงแค่ชูคอขึ้นก็สูงกว่านางถึงสามเท่าต่างจากเมื่อครู่ก่อนจะเอ่ยขึ้น “เจ้ารู้อยู่แล้วว่าข้าอยากให้ทำอะไร ? ข้าอยากให้พวกเขาได้ชดใช้ ! อย่างสาสม !” 
“ตามบัญชามารดาแห่งข้า” เจ้างูผงกหัวลงก่อนจะเลื้อยออกไปจากพระราชอุทยาน เพียงไม่นานเสียงกรีดร้องก็เริ่มดังขึ้นพร้อมกับเสียงทรมาน ก่อนจะเริ่มมีเสียงดาบและการต่อสู้ เจ้างูพ่นพิษไปทั่วพระราชวังหมายจะสังหารทุกชีวิตในที่แห่งนี้
แม้แต่ตัวของราชินีเอง ลิลิธก็ไม่สามารถละเว้นได้จริง ๆ 
เด็กสาวเดินไปยังตำหนักและพบร่างของราชินีอยู่ในห้องบรรทม พระนางใกล้สิ้นพระชนม์บนแท่นบรรทมจากพิษ 
ร่างของนางสนองพระโอษฐ์รวมถึงข้ารับใช้และอัศวินในตำหนัก ต่างโดนพิษจนละลายเหลือเพียงแค่เศษเสื้อผ้า เกราะและอาวุธกระจายเกลื่อนพื้นตามทาง
องค์ราชินีทรงเมตตากับเด็กสาวมาตลอด นางจึงขอร้องให้เจ้างูใช้พิษที่ทรมานน้อยที่สุดให้กับพระนาง
“ลิลิธ” พระนางเอ่ยชื่อออกมาอย่างอ่อนแรง
“เพคะ องค์ราชินี” เด็กสาวมองอย่างอ่อนโยนเหมือนกับวันแรกที่ได้พบ ก่อนจะนั่งบนเก้าอี้ข้าง ๆ แล้วจับพระหัตถ์ของพระนางเอาไว้
“ข้ารักเจ้าเสมอลิลิธแม้เจ้าเลือกจะทำแบบนี้ก็ตาม ครอบครัวของข้าทำผิดกับเจ้าไว้มากเหลือเกิน นี่เป็นจุดจบที่สมควรแล้ว”
ลิลิธยิ้มเศร้าแม้อีกฝ่ายจะรักและเมตตานางแค่ไหน แต่ลิลิธก็ไม่อาจจะละเว้นได้ ความแค้นของการถูกใส่ร้ายจนถูกประหารทั้งครอบครัวนั้นฝังลึกเกินไป นางจึงทำได้แค่ตอบแทนด้วยความตายอันนุ่มนวลให้กับอีกฝ่ายเท่านั้น 
“พักผ่อนเถอะเพคะ เดี๋ยวกระหม่อมจะร้องเพลงกล่อมพระองค์จนกว่าจะบรรทมนะเพคะ” 
องค์ราชินีค่อย ๆ หลับพระเนตร ขณะเสียงอันหวานใสถูกเปล่งออกมาจากลำคอดังไปทั่วตำหนัก เป็นเพลงที่พระนางเคยร้องให้ลิลิธฟังบ่อย ๆ เมื่อครั้งที่เด็กสาวยังมีชีวิตอันสงบสุข

ในขณะเดียวกันองค์ชายอดัมและอีฟก็กำลังจะหนีโดยใช้รถม้าที่อยู่วังหลัง องค์จักพรรดิสิ้นพระชนม์ไปแล้ว เหล่ายอดอัศวินในวังหลวงก็ถูกกำจัดจนสิ้น จนตอนนี้เหลือเพียงอัศวินติดตามแค่สามคนเท่านั้น
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินกว่าจะรับมือได้ทัน ทำให้พวกเขาตัดสินใจหนีตายไปสมทบกับหน่วยอัศวินที่อยู่ในเมืองก่อน
ทว่าในตอนนั้นเองเจ้างูปรากฎกายขึ้นและพ่นพิษใส่อัศวินเหล่านั้นจนร่างละลายตายอย่างทรมาน อีฟกรีดร้องเมื่อเห็นเจ้างูยักษ์เลื้อยเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วและองค์ชายอดัมก็ทำได้แค่เพียงตกตะลึง
“เจ้าทำมารดาแห่งข้าต้องทุกข์ทรมาน องค์ชาย” สิ้นคำพระองค์ก็ถูกเจ้างูตรงเข้ารัดร่างจนแน่น เสียงโลหะถูกบีบอัดก่อนตามมาด้วยการหักของกระดูก องค์ชายกระอักเลือดแทบจะทันทีแม้พยายามดิ้นรนเท่าไรก็ไร้ผล 
อีฟพยายามจะเข้ามาช่วยทั้งจิกตี ทั้งขอร้องอ้อนวอนแต่สุดท้ายก็ถูกเจ้างูพ่นพิษใส่ แต่พิษนั้นกลับไม่ได้ทำให้นางตายในทันทีมันค่อย ๆ ทำให้ร่างละลายอย่างช้า ๆ อีฟส่งเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา เศษเนื้อละลายจากใบหน้าที่เคยงดงามหยดลงกับพื้น
องค์ชายหวีดร้องเรียกชื่อคู่หมั้น แม้จะเจ็บใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เมื่อแรงรัดกดเข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ บีบให้อวัยวะภายในแทบจะแตกสลายจนสำรอกเลือดออกมากองใหญ่ เจ้างูรัดไปเรื่อย ๆ เล่นกับเหยื่อของมันอย่างไม่รีบร้อนจนกระทั่งองค์ชายสิ้นพระชนม์
“ช่างสาสมแล้วกับสิ่งที่พวกเจ้าทำกับมารดาแห่งข้า”

เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นเจ้างูเลื้อยกลับมาหาลิลิธ เด็กสาวกำลังตกแต่งพระศพขององค์ราชินีด้วยดอกไม้ต่าง ๆ ที่หาได้ เมื่อเสร็จแล้วจึงสั่ง
“ช่วยทำให้พระศพของพระองค์ดูสดใสและไม่เน่าเปื่อยไปตลอดกาลที” มันทำตามแบบไม่มีเงื่อนไขทั้งยังกระทำอย่างระมัดระวัง ลิลิธจุมพิตบนพระนลาฎเป็นครั้งสุดท้ายเป็นการบอกลา
“บรรทมให้สบายนะเพคะ องค์ราชินี” 
เมื่อทุกอย่างจบลงเจ้างูจึงหันมาเอ่ย “มารดาแห่งข้าท่านต้องไปกับข้าเราจะไปยังที่ที่ห่างไกลกัน ท่านยังมีหน้าที่สำคัญรออยู่” 
“หน้าที่อะไร ?” เด็กสาวถาม
“แท้จริงแล้วท่านเป็นมารดาของพวกเราเหล่าปีศาจ เป็นผู้ให้กำเนิดปีศาจเพื่อต่อต้านกับพระเจ้า และท่านคือมหาราชินีสูงสุดมีอำนาจปกครองเหล่าปีศาจทั้งมวล” มันว่า “ตามคำทำนายจากโบราณกาลของชาวปีศาจอย่างพวกเรา”
ถ้าเป็นลิลิธเมื่อเช้านี้คงจะไม่เชื่อแถมคงตีโพยตีพายอาละวาดไปแล้ว แต่ทว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นจนถึงตอนนี้ทำให้เด็กสาวเชื่อแทบหมดใจ อีกทั้งตัวเองก็ไม่มีที่ไปที่ไหนอีกแล้ว
ถ้าให้เลือกระหว่างต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างคับแค้นใจกับการเป็นมารดาผู้ให้กำเนิดเหล่าปีศาจ ลิลิธขอเลือกอย่างหลัง ในใจของเด็กสาวรู้สึกปลดปล่อยจากความแค้นในปัจจุบัน ต่อจากนี้ไปนางจะเป็นคนที่เลือกโชคชะตาให้กับตัวเอง
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าจงพาข้าไป ข้าจะไปเป็นมารดาและมหาราชินีให้กับพวกเจ้า”
“น้อมรับบัญชา มารดาแห่งข้า” เจ้างูบอกและรัดนางไว้ด้วยหางของมันอย่างนุ่มนวล ก่อนจะเลื้อยออกไปทิ้งให้ประเทศนี้เผชิญหน้ากับความตายและการล่มสลายอย่างเงียบงัน

Related Posts