fbpx

ปรากฏการณ์ nft สร้างให้เกิดสิ่งหนึ่งคือนักวาดผันตัวไปลงทุน

ปรากฏการณ์ nft สร้างให้เกิดสิ่งหนึ่งคือนักวาดผันตัวไปลงทุน หลายคนลงทุนเป็นเพราะเข้าวงการนี้บางคนอาจจะยังงงๆอยู่…ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้อาชีพนักวาดภาพประกอบนักเขียนการ์ตูนอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการวาด

หลีกเลี่ยงที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องเงินมาตลอด มีใครเป็นแบบนี้บ้างไม่เคยจดบันทึกรายรับรายจ่ายเลยไม่เคยบริหารเงินจนกระทั่งมาเข้าวงการนี้แล้วก็เรียนรู้ว่าเงินมันต้องบริหารและลงทุน

ทั้งๆที่เรื่องนี้ควรจะเป็นเรื่องแรกที่สอนกันในโรงเรียนด้วยซ้ำเรื่องของการจัดการเงินลงทุนเก็บเงินเพื่อเกษียณเพราะถ้าเก็บเงินเพียงอย่างเดียวเราไม่ลงทุนคุณเก็บไปกี่ชาติเถอะกว่าจะได้เงินที่พอจะเกษียณได้

จนกระทั่งมี nft หลายคนที่ไม่เคยเรียนรู้เกี่ยวกับการลงทุนกลับต้องมารู้เกี่ยวกับการลงทุนเพราะถ้าไม่รู้เลยก็จะไม่เข้าใจว่าจะต้องทำยังไงกับเงินที่ได้มา

คนที่ไม่มีพอร์ตการลงทุนอะไรเลยตอบเริ่มสนุกกับการลงทุนเริ่มสนุกกับการเห็นเหรียญแกว่งไปมาแต่บางทีมันอาจจะไม่สนุกอย่างนั้นซะทีเดียวโดยเฉพาะในตอนนี้อย่างไรก็ตามเราก็คิดว่าสถานการณ์ต่างๆมันจะผ่านไปและมันจะดีขึ้น

หรืออาจจะแย่ชนิดที่เราคาดกันไม่ถึง

แต่ทักษะที่ติดตัวเราไปมันจะอยู่กับเราตลอดไป

โดยเฉพาะเรื่องของ awareness ในเรื่องของการลงทุนมันเริ่มมีเข้ามาในตัวนักวาดเรียบร้อยแล้ว

จะเป็นครั้งแรกในรอบศตวรรษเลยก็ได้ที่นักลงทุนที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งคือนักวาด nft ครั้งหนึ่งเลยก็ได้ที่นักวาดเข้าใจคำว่าดอยเข้าใจคำว่าตลาดหมีเข้าใจคำว่า buy at the dip และเข้าใจศัพท์ทางการลงทุนในด้านคริปโตหลายๆอัน

สิ่งที่พวกเราควรทำต่อไปคืออย่าหยุดเรียนรู้และอย่าเมินการบริหารเงินเพราะถ้าหากคุณไม่วางแผนและไม่บริหารเงินด้วยตัวเองสุดท้ายมันจะมีใครสักคนมาช่วยคุณบริหารหรือคุณอาจจะลำบากในช่วงบั้นปลายชีวิตได้ สิ่งที่ดีอยู่แล้วทำดีต่อไปนะคะ

สืบเนื่องมาจากโพสต์ที่แล้วเราคิดว่าการที่นักวาดเข้ามาสู่วงการคริปโตเป็นเรื่องที่ดีนะคะเพราะว่าอย่างแรกเลยคือเราเริ่มที่จะบริหารเงินและลงทุนเรียบร้อยแล้ว

ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีและเป็นนิมิตรหมายที่ดีมากๆกับตัวนักวาดเองเพราะที่ผ่านมานักวาดไม่ค่อยใส่ใจเรื่องของการเงินไม่ใช่แค่ทุกคนหรอกตัวเราก็เป็นเราคิดว่าสิ่งที่สำคัญกว่าการเก็บเงินและหาเงินคือการลงทุนแต่การลงทุนที่ทุกคนเข้าใจกันมันคืออะไร?

สำหรับตัวเราการลงทุนทักษะที่ต้องมีอย่างแรกเลยคือการควบคุมอารมณ์และการวิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆ

อย่างเช่นเราอ่านหนังสือของวอร์เรนบัฟเฟต warrenซื้อสวนทางกับคนทั่วไปนั่นก็คือเขาซื้อตอนที่ตลาดเป็นขาลงและขายตอนตลาดขาขึ้น

ซึ่งเอาเข้าจริงเรารู้แหละว่าต้องทำแบบนี้แต่เวลาทำจริงมันทำไม่ได้อย่างเขากัน อยู่ที่… ควบคุมอารมณ์ซะส่วนมาก ส่วนมากพอเห็นตลาดขาลงมากๆก็ขายแล้วก็ไปซื้อตอนดอย

ดังนั้นก่อนที่จะเข้าไปในตลาดเราอยากให้ศึกษาหลักการของพวกนักลงทุนเก่งๆก่อนว่าเขาเข้าตลาดตอนไหนออกยังไงแล้วก็ใช้เวลา take time ในการศึกษานานๆก่อนที่จะลงทุนจริงจัง

หลายคนโคตรเข้าใจผิดบอกว่าไม่ต้องบริหารเงินหรอกเงินยังน้อยอยู่เลยหาเช้ากินค่ำอยู่เลยแล้วเราจะบริหารเงินกันไปทำไมบอกได้เลยว่าถ้าคุณบริหารเงินน้อยๆไม่ได้พอคุณมีเงินเยอะคุณก็บริหารไม่ได้เช่นกันนะคะ

ข้อต่อมาก็คือสัดส่วนในการลงทุนการลงทุนคุณไม่ควรเอาเงินร้อนมาลงทุนคุณเอาเงินเย็นมาลงทุนจะดีกว่าก็คือเงินที่คุณไม่ได้ใช้ในตอนนี้หรือว่ามีความรีบด่วนที่จะใช้ในตอนนี้

หลายๆคนอาจจะบอกว่าไม่ทำหรอกบริหารเงินมันยากแล้วเป็นฟรีแลนซ์จะบริหารยังไงให้ตัดเงินทุกเดือนเหมือนพนักงานประจำแบบที่มองไม่เห็นก็ไม่ได้สวัสดิการก็ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก็ไม่มีอย่างนี้จะให้บริหารเงินยังไง

ขอให้ใจเย็นๆก่อนแล้วลองนั่งนึกว่าเราจะสามารถบริหารเงินได้ยังไงอย่างแรกคือเงินก้อนแรกเข้ามาหาเราไม่ว่าจะน้อยหรือมากแค่ไหนให้เราหัก 10% เข้าเงินเก็บเสมอ

เช่นสมมุติมีเงิน 1,000 บาท

10% นั้นแบ่งเป็น 3 กองนั่นก็คือแบ่งง่ายๆคร่าวๆนะสมมุติได้เงินมาเก็บ 100 บาท 30 บาทให้เอาเข้ากองทุนเพื่อการศึกษา 30 บาทให้เอาเข้ากองทุนเพื่อการเกษียณอายุ 30 บาทเงินฉุกเฉิน อีก 10 บาทเอาไปผลาญได้

แล้วอีก 900 บาทไปไหน?

อีก 900 บาทใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแล้วก็เป็นเรื่องของการซื้ออุปกรณ์ทำงาน อุปโภคบริโภค ซื้อความสุขให้ตัวเองได้เลยเต็มที่

ถามว่าทำไมคนเราต้องเกษียณทำงานจนตายเลยได้ไหมสุดท้ายแล้วเราจะมีวันที่ทำไม่ไหวนะคะแม้ใจจะอยากแต่เราทำไม่ไหวแล้วเราก็ต้องมีเงินทุนสำหรับเพื่อการเกษียณอายุและการอยู่ในชีวิตบั้นปลายอย่างสงบสุขและมีความสุขแล้วบางคนอาจจะบอกว่าถ้าหากเราตายก่อนเราจะได้ใช้เงินก้อนนั้นล่ะเราก็จะบอกว่าสิ่งที่น่ากลัวไม่ได้ตายก่อนจะได้ใช้เพราะเงินที่เหลือคนข้างหลังเขาเอาไปใช้ได้อยู่แล้วแต่สิ่งที่ต้องกังวลคือตัวเราตอนแก่จะทำยังไงมากกว่านะคะถ้าหากไม่มีเงินใช้ตอนแก่เราจะอยู่ยังไงอันนั้นน่ากลัวกว่าความตายหรือถ้าตายแล้วก็มีการเตรียมความเรียบร้อยโดยที่ไม่เดือดร้อนคนอื่นที่ต้องดูแลเราและไม่เป็นภาระต่อผู้อื่น

สำหรับกองทุนเพื่อการเกษียณอายุให้แบ่งเป็น 3 ก้อนแล้วไปลงทุนตามที่ถนัดตามความเสี่ยงที่แตกต่างกันยกตัวอย่างเช่นคุณอาจจะถือ stable coin ไว้ 30% ถือเหรียญหลักเช่น btc และถือเหรียญอื่นที่เหลือก็ได้กระจายกันไปแต่การลงทุนที่เป็นเหรียญหลักและ stable coin ให้ลงทุนแบบ dca(ลงทุนเท่ากันทุกเดือนหรือลงทุนเท่าๆกันทุกก้อนที่ได้มา)

ทั้งนี้อันนี้เป็นความรู้ที่เราหามาและเราพยายามทำอยู่และคิดว่ามันดีเลยเอามาแชร์นะคะ

Share
Tweet
Pin1