ทำยังไงเมื่ออกหักแล้วรู้สึกไร้คุณค่า

ทำยังไงเมื่ออกหักแล้วรู้สึกไร้คุณค่า

มีหลายๆคนที่เมื่อความรักไม่สมหวัง ความรักจบลง อกหัก แล้วรู้สึกไร้คุณค่า รู้สึกหมดกำลังใจในการดำเนินชีวิต อยากจะบอกว่า ก่อนที่คุณจะรักคนอื่นได้นั้น คุณต้องรักตัวเอง และดูแลตัวเองให้ดีก่อนค่ะ อย่าทำร้ายตัวเอง อย่าทำให้ตัวเองดูแย่ อย่าโทษตัวเอง และมีทัศนคติบวกต่อการดำเนินชีวิต

ซึ่งกว่าเราจะพบความจริงข้อนี้ เราเจ็บปวดกับความรักมาก จนขนาดที่คิดว่า ทุกครั้งที่เสียใจเรื่องความรัก จะไม่อยากมีความรักอีกเลย ซึ่งจริงๆมันงี่เง่ามาก เพราะว่าคนเราไม่ควรฝืนชีวิตตัวเอง ด้วยการบอกว่าจะไม่มีความรัก เพราะมันคือความขี้ขลาดที่สุด ด้วยการหนีปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะต้นเหตุมันคือการที่เรารักไม่เป็นมากกว่าตัวความรักมีปัญหา

ก่อนที่คุณจะคิดว่าตัวเองไร้คุณค่า คุณต้องคิดก่อนว่าไม่ใช่คุณที่ผิด แล้วก็ไม่ใช่ความผิดของใคร คุณไม่ได้”ไม่ดีพอ” อย่างที่คุณคิด แต่มันเป็นความ “ไม่พอดี” ต่างหาก การที่คุณอกหัก หรือเลิกกับใครไป แม้มันจะเจ็บปวด แต่คุณต้องคิดว่า ดีแล้วที่มันไม่ได้ไปไกลกว่านี้ และเจ็บยิ่งกว่านี้

หลายๆคนเวลาอกหักคนรอบข้างจะบอกให้ moveon ดิ moveon ดิ ซึ่งเอาเข้าจริงไอ้ขั้นตอนการ move on บอกตรงๆทำยากมาก เราอ่านหนังสือเล่มหนึ่งเขาบอกว่าขั้นตอนในการยอมรับความจริงในความเศร้าของคนเรามีอยู่ถึงห้าขั้น ก่อนที่จะยอมรับความจริงได้ว่า เออ ตัวเราผิดหวังในความรักว่ะ และยอมรับกับคนอื่นๆ คนรอบตัว หรือสังคมได้ด้วย

ตอนที่เรารู้สึกเจ็บปวดกับความรัก ได้มีคนหลายๆคนแนะนำหนังหลายเรื่องให้ดู หนึ่งในนั้นก็คือ eternal sunshine of the spotless mind
ในหนัง eternal sunshine of the spotless mind ได้กล่าวถึงโจเอล และคลีเมนไทด์ คู่รักคู่หนึ่งที่ตัดสินใจลบความทรงจำตัวเองเพราะว่าไม่ลงรอยกัน แต่สุดท้ายแล้วเขาก็กลับมารักกันอีกครั้ง ระหว่างขั้นตอนการลบความทรงจำของโจเอล พบว่าเขาเองก็ไม่อยากลบเอาคลีเมนไทด์ออกไปจากความทรงจำ และพยายามพาเธอไปซ่อนในความทรงจำส่วนลึก หนังได้แสดงให้เห็นถึงขั้นตอนการลืมใครสักคน เอาข้าวของแต่ละชิ้นที่เกี่ยวกับคนๆนั้นมา แล้วก็ค่อยๆไล่ไปลบความทรงจำทีละส่วนโดยย้อนจากส่วนที่ใกล้ที่สุดก่อน
 
หนังเรื่องนี้ได้แสดงให้เห็นความรักในรูปแบบที่เรียกว่า คนเราถ้าหากมีความรู้่สึกใดๆต่อกันแล้ว ถึงแม้ลบความจำไป เราก็จะกลับมารักกันอีก มันเหมือนกับสิ่งที่ทำให้เราชอบของคนหนึ่งนั้น มันฝังในดีเอ็นเอของคนๆนั้นและมันฝังในดีเอ็นเอของเราว่าคนแบบนี้เราชอบ เพราะฉะนั้น การที่พยายามจะลืมใครสักคนมันเป็นเรื่องไร้สาระ เนื่องจาก ถ้าเราพยายามจะลืม เท่ากับเราหนี ความผิดพลาดก็จะเกิดซ้ำๆ เราก็ไม่ได้เรียนรู้อะไรจากเรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้วเลยค่ะ

การผิดหวังในความรัก ไม่ใช่เรื่องที่น่าอายอย่างที่คิด เพราะมันก็เป็นแค่ “ประสบการณ์” ประสบการณ์หนึ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเท่านั้นค่ะ แต่ตัวเราต่างหากที่จะต้องอยู่กับตัวเองต่อไปเรื่อยๆ อย่าทำให้อะไรมันมาสั่นคลอนความเชื่อของคุณ

ความเชื่อว่าคุณ เป็นคนที่มีคุณค่า เป็นคนที่สมควรได้รับความรักจากใครๆก็ตามทุกประการ แต่การที่คนๆไหนไม่ได้ชอบคุณ เขาก็เป็นเหมือนกางเกงหรือเสื้อที่สวมไม่พอดี ถึงใส่ลงแต่ก็ไม่สบายตัว ถ้าคุณอยากได้ความรักจากคนไหน คุณก็ต้องพยายามผลักดันตัวเอง และพัฒนาตัวเอง ให้ไปอยู่ระดับเดียวกันกับเขาก่อนค่ะ ไม่ใช่การโทษตัวเอง และมี”พื้นที่”ให้คนใหม่ๆเข้ามาในชีวิตบ้างค่ะ

บางคน เลิกกันไปแล้วโดนอันเฟรนด์ด้วย เลยเขียนวิธีแก้ให้ ทำยังไงดีโดนอันเฟรนด์หรือบล็อคจากคนที่เราแคร์
ค่ะ ตามนั้น ปัญหาของคนเรานะคะ คือถ้าเป็นคนที่เราไม่แคร์ เราอาจจะกลุ้มอยู่สองสามวัน หรือไม่สนใจเลยด้วยซ้ำ ก็เราไม่ได้แคร์เขา เราก็เลยไม่กลุ้มใช่ไหม แต่สำหรับคนที่เราแคร์นี่บางคนอาจจะกลุ้มนานหน่อย ถ้าถามเรา เราอาจจะไม่ใช่ตัวอย่างที่ดีเท่าไร เพราะเอาเข้าจริง เราเองกลุ้มไปนานนนนนนนเหมือนกัน จนมาวันนึงระลึกขึ้นได้ จากการฟังเพลง graduation ของ vitamin C เพลงนี้ออกมาในปี 2008 เมื่อ 9-10 ปีที่แล้ว

As we go on, we remember
All the times we had together
And as our lives change, come whatever
We will still be friends forever

พอเราได้ฟังเพลงนี้ เราระลึกขึ้นได้ว่า จริงๆแล้วในความเป็นเพื่อนมันยังมีอยู่แหละ แต่ว่าทางเลือกของแต่ละคนแตกต่างกันไป แล้วเราต่างก็ต้องทำหน้าที่ตัวเองให้ดี การบล็อค หรืออันเฟรนด์ มันอาจจะหมายถึงไม่อยากยุ่งด้วยในโลกออนไลน์แล้ว หรือไม่ก็อาจจะหมายถึงอะไรก็ได้ อย่าไปตีความมันในแง่ลบมาก

มันอาจจะไม่ได้หมายความว่าคนๆนั้นเกลียด หรือไม่อยากเจอเราไม่อยากคุยกับเราแล้ว ถ้าเจอกันเราอาจจะยังคุยกันได้ หรือคุยไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพราะชีวิตคนเราไม่ได้จำกัดอยู่ที่คนกลุ่มเดียวหรือคนๆเดียว ชีวิตเรายังมีอีกยาวไกล ยังได้เจอผู้คนอีกมากมาย

ไปทำสิ่งที่ดีๆในชีวิต เดี๋ยวสักวัน เพื่อนที่อันเฟรนด์เราไป อาจจะกลับมาโคจรเจอกันอีกทีก็ได้ แล้ววันนั้นเขาอาจจะยิ้มให้เราเหมือนเดิม แต่อย่าไปคาดหวังมากค่ะ ทำดีที่สุดณ.จุดที่ยืน แก้ไขที่ตัวเอง อย่าหวังการเปลี่ยนแปลงจากคนอื่น และยอมรับการตัดสินใจของคนอื่นค่ะ ถ้าเขาบล็อคเรา เราก็ต้องยอมรับ และก้าวต่อไป อย่าจมจ่อมกับมันนานค่ะ ไม่ใช่ไม่แคร์ ไม่สนนะ แต่ว่านั่นคือการ moveon หรือก้าวไปข้างหน้าที่ถูกต้อง การที่เราเดิน แล้วเรามองข้างหลัง หรือขับรถ แล้วหันหัวไปมองข้างหลังตลอดเวลา อาจจะชนได้ หรือเกิดอุบัติเหตุได้จริงไหมคะ 

ลองไปฟังเพลงนี้ดูนะคะ น่ารักดี