Amazon Kindle review (บลอคเก่า)

ก่อนอื่นบอกเลยว่าจะรีวิวตัวนี้เทียบกับ Ipad ค่ะ ในฐานะคนที่ลังเลใจจะซื้อระหว่าง
Amazon Kindle กับ Apple Ipad ตอนแรกเราจะเลือก Ipad ค่ะ
เพราะว่าใช้ทำอย้่างอื่นได้มากกว่าอ่านหนังสือ แต่ไปๆมาๆเปลี่ยนใจค่ะ
เพราะว่าอ่านหนังสือบน Kindle for Pc เยอะมาก

เรามีรุ่น kindle 3 6″ ค่ะ
จริงๆเราจะซื้อ Kindle ตั้งแต่ต้นปีแล้วค่ะ กำลังหาเครื่องอ่านอีบุ๊คซักเครื่อง
เพราะเราอ่านหนังสือในคอม(เยอะมากๆ) แต่ส่วนใหญ่เป็น pdf เลยมอง ipad ในช่วงแรก
พอเราไม่แน่ใจว่าจะซื้ออะไรดี เลยดูหนังสือของ amazon ก่อน
พอโหลด Kindle for pc มา เราซื้อหนังสืออีบุ๊คไปทั้งหมด 9 เล่ม และอ่านจบในคอมทั้งหมดค่ะ
(เฉพาะของอเมซอน) และทุกเล่มเป็น text ล้วน ไม่มีภาพประกอบ
บางเล่มหนามาก เราเลยรู้สึกว่า นี่ขนาดเราไม่ได้ใช้เครื่องอ่าน
เราใช้แค่โปรแกรม kindle เรายังอ่านหนังสือเพิ่มได้เยอะขนาดนี้
จุดหักเห ที่ทำให้ซื้อ kindle เลยคือ
1.glare หรือแสงสะท้อนค่ะ ไปลองจับไอแพดมาแล้ว
ไอแพดแสงทะท้อนแรงมากเพราะเป็นจอ LCD
 
2.สิ่งรบกวนเยอะค่ะ (distract) คือเวลาเราอ่านหนังสือ
เราต้องการ”อ่านหนังสือ”จริงๆ ไม่ใช่ทำอย่างอื่นไปด้วย

แต่ซื้อไอแพดแล้วเราไม่แน่ใจว่า ระหว่างอ่านหนังสือ
เราจะสับไปเล่นเกม เล่นเนทหรือเปล่า
3.เทคโนโลยีค่ะ สิ่งที่เราหวังกับ Ipad คือ ให้เป็นเป็นสมุดเสก็ตซ์ดิจิตัลแบบเคลื่อนที่
เรารอเรื่องความเร็วค่ะ และรอแทบเล็ทรุ่นอื่นๆพัฒนาอยู่
 
4.อ่านในคอมมันฟรีก็จริงแต่อ่านนานๆไม่ไหวค่ะ
พอเราซื้อหนังสือมาใหม่ๆเราอ่าน 2 -3 วันจบเลยบางเล่ม

แล้วนั่งหน้าจออ่านทั้งวัน ตอนแรกก็คิดว่า อืม….อ่านในคอมก็ดีอยู่แล้วประหยัดด้วย
คงไม่ต้องซื้อคินเดิลแล้วมั้ง(กะจะประหยัด) แต่ก็พบว่า นั่งอ่านๆไป
สับไปทำงาน ผลคือ ปวดหลังนรกมากค่ะ

เราเลยอยากได้เครื่องที่สามารถนอนอ่าน ถือมือเดียวได้ชิลๆ5.เราเริ่มทำงานเขียนแล้วค่ะ
เราเลยต้องหาข้อมูลมาเขียนเยอะ แต่ก็ไม่ได้เร่งรีบเขียนอะไร

ก็แค่คิดว่าหนังสือในไทยแนวที่เราสนใจอยากอ่านมันก็น้อยมากๆ
อ่านเป็นภาษาอังกฤษก็ได้ฝึกภาษาเยอะดีด้วย

ขนาดของคินเดิลเทียบกับมือค่ะ
ความรู้สึกแรกที่เปิดกล่องออกมาเลยคือ มันเล็กกว่าที่คิดมากค่ะ(ดูรูปข้างบน)
ส่วนน้ำหนัก พอใส่ปกเข้าไปแล้วประมาณหนังสือพ็อคเก็ตบุ๊คหนาประมาณ 300 หน้าค่ะ
สามารถถือมือเดียวอ่านได้สบายๆของเราเป็นปกหนังแบบ flip คือ พับได้ค่ะ
หน้าจอ home ค่ะ เวลาเลือกหนังสือจะเป็นแบบนี้ ติดอย่างนึงคือ หาหนังสือยากมากค่ะแบบนี้
เวอร์ชันต่อๆไปน่าจะพัฒนา
ส่วนที่ห่วยหน่อยก็คือ web browser ค่ะ แต่ที่จริงเราว่าดีมากเลยที่มันห่วย
จะได้ไม่ต้องเล่นเนท ใช้แค่ที่จำเป็นจริงๆ …สำหรับคนที่ลังเลว่าจะซื้อ 3g ดีไหม
อย่าซื้อเพราะคิดว่าจะเอามาเล่นเนทฟรีทั่วโลกเลยค่ะ ไม่เวิคอย่างแรง
ถ้าจะซื้อ 3g น่าจะซื้อเพราะอยากซื้อหนังสือเวลาไหนก็ได้ ที่ไหนก็ได้
และ sync โหลดมาอ่านเมื่อไรก็ได้มากกว่าบราวเซอร์ของคินเดิลพอถูไถ เช็คเมล์ ดูวิกิ หาข้อมูลนิดๆหน่อยๆ อ่านบล็อค
แม้จะอ่านจาวาสคริปต์ได้ แต่ภาพเคลื่อนไหว หรือเว็บที่มีการโหลดเยอะๆหน่อยอย่างทวิตเตอร์
เล่นแล้วจะมีปัญหา เพราะ kindle refresh rate ต่ำ ทำให้หน้าจอกระพริบๆ

ดีหน่อยคือเว็บของอเมซอนเองค่ะ เพราะ optimize มาให้เข้ากับ kindle ได้อยู่แล้ว
เวลาดู หรือเลือกซื้อหนังสือก็สบายตามากๆ
อันนี้เป็นการแสดงผลของรูปภาพค่ะ เป็น grayscale 16 shade สวยงามดีมาก
ส่วนสิ่งที่ดีมากของคินเดิล ก็คงเป็นเรื่องหน้าจอ e-ink นี่แหละค่ะ
ให้ความนุ่มนวลสบายตามากๆค่ะ เหมือนอ่านด้วยกระดาษจริงๆ
หลายๆคนก็เข้าใจผิดว่าภาพตอนยังไม่เปิดเครื่องนี่เป็นภาพสติ๊กเกอร์แปะด้วยซ้ำค่ะ

สนนราคาก็ประมาณ 5,000-8,000 ค่ะแล้วแต่ว่าเราจะเอา 3g ไหม

-ถ้าเทียบระหว่าง Kindle DX กับ IPAD,IPAD น่าจะชนะค่ะ เรื่องของราคาและความคุ้มค่า
IPAD ในอนาคตน่าจะใช้แทนตำราเรียนได้เลย เพราะมีวีดีโอ มีภาพสีดูได้
สิ่งที่ติดก็คงเป็นเรื่องแบต กับแสงสะท้อนเท่านั้น 
แต่ถ้าเทียบ IPAD กับ Kindle 3 6″ เรื่องราคา Kindle ชนะค่ะ

-ถ้าเทียบกันเรื่องของการอ่านหนังสืออย่างเดียว Kindle ชนะค่ะ ชัวร์
มันใช้อ่านอย่างเดียวจริงๆแบบทำอย่างอื่นไม่ดี ก็อกๆแก็กๆ แต่อ่านอย่างเทพ
ไอแพด ทำได้หลายอย่าง แต่ไม่ดีสุดๆสักอย่าง แต่มันก็สะดวกดีค่ะ
คือมันช่วยให้เราไม่ต้องพกแล็ปท็อปหนักๆ และสามารถพรีเซนต์งานได้ทุกที่

-ถ้าเทียบเรื่องแบต คินเดิลชนะค่ะ
-เทียบเรื่องความดูดีเวลาถือ ไอแพดชนะ
-น้ำหนัก คินเดิลกินขาดค่ะ เบามาก ถือมือเดียวได้
-สีและ interactive ไอแพดชนะ
ตรงนี้คงต้องอยู่กับว่าเราจะเอามาทำอะไรแล้วค่ะ เพราะมันเป็นอุปกรณ์คนละอย่างกัน
คนที่ซื้อไอแพด คงเอาไว้อ่านเล่นๆ ชิลๆ ไม่ได้ซีเรียส อ่านติดต่อกันหลายชั่วโมง
แต่ถ้าคุณต้องอ่านหนังสือเยอะๆ ปีนึงมากกว่า 10 เล่ม ซื้อ Kindle คุ้มค่ะเพราะ
-หนังสือหาง่าย
-ลง dict ไทยได้
-อ่านสบายตา
ข้อเสียของ kindle ก็คงเป็นเรื่อง ระบบปิด คือทำให้เวลาที่เราอยากจะอ่านหนังสือที่ซื้อมา
เราต้องใช้ Kindle ไปตลอด อ่าน Epub ไม่ได้(ต้องแปลงก่อน) อ่าน PDF ไม่เวิค(อย่างแรง)
อันนี้คือดิคภาษาไทยค่ะ เจอฟังก์ชันนี้แล้วน้ำตาจะไหลค่ะ
อ่านใน pc นี่ ใช้ dict อังกฤษตลอด
ซื้อได้ที่
เสร็จปุ๊บก็ ไปที่ menu–>setting—>change primary dictionary ค่ะเลือกดิคไทยที่เราซื้อมา
(รอโหลดเสร็จก่อนนะ)
ขนาด คินเดิลเทียบกับแล็ปท็อปค่ะ
อันนี้เป็นตัวอย่างไฟล์การ์ตูน เอาไว้อ่านเล่มที่ลิขสิทธิ์ไม่เข้าได้
ใช้ mangle แปลงก่อนนะคะ
อ่านวิธีแปลงได้ที่นี่
ความรู้สึกหลังลองเอาการ์ตูนลงคือ…”มันเล็กไปจริงๆค่ะจอร์จ ORZ….” ป.ล.
โอเคเพราะไม่ได้คาดหวังอะไรกับมันมากค่ะ บางคนบอกว่าตัดคีย์บอร์ดออก
แต่เราว่าคียบอร์ดมีแล้วสะดวกนะคะเวลากดพวกคีย์ลัด แต่ก็เห็นด้วยว่าอยากได้จอใหญ่กว่านี้สักนิด T_T
หน้าจอตอนปรับการ์ตูน ปรับได้นิดหน่อย(ไม่ได้ช่วยอะไรเลย)
หน้าจอตอนอ่าน PDF (ใช้ Calibre แปลงไฟล์เรียบร้อย) เล็กมากค่ะ
ต้องซูม พอซูมก็ช้า เพราะ refresh rate ต่ำ ป.ล.ไม่ได้คาดหวังกับการอ่าน PDF อีกเช่นกันค่ะ 555
พอซูมแล้วก็ดีขึ้นค่ะ แต่ดันต้องเลื่อนไปๆ มาๆ อ่านไม่สะดวกอย่างแรง
สรุปเลย ใครจะอ่าน PDF เอาแทบเล็ทไปเลยค่ะ อ่านเป็นสีได้ด้วย ฟังก์ชันอ่าน PDF ไม่ดีค่ะ
(เราไม่ได้ซีเรียสตรงนี้เพราะกะจะเอามาอ่านหนังสือหนาๆ text ล้วน ถึงตอนแรกอยากได้เพราะมี
PDF เยอะ แต่ดูแนมโน้มแล้วจะอ่านหนังสือ text ล้วนเยอะขึ้น)
ด้านล่างมีปุ่มปรับเสียง ไมโครโฟน(ใช้ในอนาคต) ที่เสียบ USB ที่เปิดปิด
ความหนาที่เห็นหนาเพราะปกนะจ๊ะ kindle จริงๆบางมาก
ถ้าคุณเป็นหนอนหนังสือ kindle คือ gadget ที่เหมาะกับคุณราวผีเน่ากับโลงผุเลยทีเดียวจ้ะ
55 แนะนำให้ซื้้ออย่างแรงๆ
หน้าจอตอนปิด
ส่วนฟังก์ชันที่เราไม่ได้คาดหวังอะไรกับมันมากแต่ดันทำได้ดีคือ…
TEXT TO SPEECH ค่ะ เทพ อ่านเนียนมากๆ เหมือนคนมาอ่านให้ฟังจริงๆค่ะ
แม้จะตะกุกตะกักบางช่วงแต่ถือว่าน้อยมาก
นั่งฟังเพลินจนหลับไปเลย = =’ ฝึก listening ได้อีก
กด Shift+sym นะคะ
อีกฟังก์ชันนึงก็คือ ฟังก์ชันฟังเพลงขณะอ่านหนังสือค่ะ
อันนี้เวลามี cd ต้อง convert เป็น mp 3 ก่อนค่ะ
ใช้พวก free cd to mp3 converter แล้วก็สร้างโฟลเดอร์ใหม่เป็น music
ลากไฟล์ลงไป เวลาจะเปิดเพลงก็ไปที่ menu==setting==experimental
แล้วก็จะมีเพลงฟังชิลๆยามอ่านค่ะ แต่เลือกเพลงนิดนึงนะ
ถ้าโฉ่งฉ่างไปเดี๋ยวจะอ่านไม่รู้เรื่องเอา
ป.ล.ขอบคุณน้อง enamtan ที่แนะนำ calibre ค่ะ
ส่วนถ้าเทียบกับหนังสือจริง คินเดิลชนะเรื่อง
-storage ค่ะเพราะว่าเราสามารถ
เก็บหนังสือและพกหนังสือเป็นสิบไปกับตัวได้ทุกที่
รุ่น 6″เก็บหนังสือได้ 3,500 เล่มค่ะ
-อ่านหนังสือได้เรื่อยๆโดยไม่เห็นความหนา ทำให้อ่านเร็ว
-มีดิคแปลทันที
-หนังสือถูก ไม่เสียค่า ship ซื้อปุ๊บเด้งเข้าเครื่องปั๊บ
แต่คินเดิลก็แพ้ตรงเรื่อง

-กลิ่นของหนังสือ ความรู้สึกเวลาจับ
-เปิดหาหน้าต่างๆได้ทันที
-เอาไปปาหัวคนไม่ได้
(มุขนะ จริงๆปาได้แต่พัง…แต่อย่าไปปาหัวใครเลยจ้ะ)
ป.ล.หนังสือฟรีในโปรเจค gutenberg มีเยอะมากค่ะ ลอง search คำว่า project gutenberg
ใน google ดูจะพบว่าสามารถดาวน์โหลดมาอ่านได้ค่ะ พวกนิยายอย่าง frankenstien,Alice
หรือ งานของ Charle dickens,mark twain,O henry
ป.ล.2 เมื่อวานไปนั่งกินเชสเตอร์กริล
แล้วควักคินเดิลออกมา ฝรั่งที่นั่งอยู่ข้างหลังตกใจค่ะ
เค้าหันมาคุยด้วย(แซว) บอกว่า “โผมเป็นคนโบราณ ไม่รู้จักไอ้นี่ มันทันสะหมายเกิ้น”
เค้าคงตกใจว่าเมืองไทย คนไทย ใช้ไอ้นี่ด้วยเหรอ 55
2017-07-11T05:39:27+00:00กรกฎาคม 11th, 2017|