ปรัชญาอินทรี

ปรัชญาอินทรี

image credit:Doug Brown

สวัสดีค่ะ

ตอนนี้เราทำงานอิสระมาได้ 7 ปีแล้ว รู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาที่สั้นมาก เป็น 7 ปีที่ได้เรียนรู้อะไรมากมาย
และได้เติบโตไปอีกขั้นหนึ่ง ถ้าถามว่าเดินมาถึงจุดนี้ได้ยังไง เราคงไม่สามารถเดินมาถึงตอนนี้ได้ถ้าขาด
คำแนะนำจากพ่อและแรงสนับสนุนจากครอบครัวค่ะ

มีนักเรียนถามเราว่า เคยรู้สึกเสียใจหรือเสียดายไหมที่ออกจากงานประจำ
เรารู้สึกไม่เสียใจหรือเสียดายค่ะ แต่มีหลายครั้งที่เราหวนนึกถึงอดีตเหมือนกัน
ว่าถ้าเราไม่เลือกทางเดินแบบนี้ปัจจุบันชีวิตเราจะเป็นแบบไหนกันนะ
แล้วก็เคยคิดว่าป่านนี้เพื่อนๆที่ทำงานประจำก็คงมีตำแหน่งมีหน้าที่การงานที่ดี
ผ่อนบ้าน ผ่อนรถกันหมดแล้ว
แต่สุดท้ายเราก็นึกขึ้นได้ว่าเพราะทางเลือกที่ผ่านมาทั้งหมด
มันถึงทำให้เราเป็นเราณ.ปัจจุบันค่ะ

ดูหนังเรื่อง sanctum ค่ะ มีฉากหนึ่งที่ถ้ำกำลังจะจมน้ำ
ตัวละครหญิงต้องข้ามฝั่งไปอีกฝั่งหนึ่ง ตัดสินใจตัดเชือกที่ติดผมตัวเองอยู่
แล้วตกลงไปตายด้านล่างแล้วพ่อพระเอกก็บอกว่า
“เพราะเธอตัดสินใจตัดเชือกนั้น เธอถึงตกลงไปตาย เธอได้เลือกแล้ว”
ชีวิตคนเราประกอบด้วยทางเดินมากมายค่ะ
ที่เราเป็นเราทุกวันนี้ เราล้วนผ่านทางเลือกเล็กน้อยมากมาย
ในวันหนึ่งๆเราได้ตัดสินใจว่าจะเลือกทำหรือไม่ทำอะไร
และชีวิตในปัจจุบันของเรา คือผลจากการเลือกในอดีตของเรา

เราเคยมีวันที่เราสับสนในชีวิต
วันที่อยากยอมแพ้แล้วหวนกลับไปทำงานประจำเหมือนกันค่ะ
ช่วงแรกๆเราก็เหมือนฟรีแลนซ์คนอื่นๆที่เจอปัญหา เจออุปสรรคในชีวิต
ไม่ใช่ไม่เดินแบบราบเรียบ ไม่เจออุปสรรคอะไรเลย
ณ.จุดนี้เราเป็นผู้ประกอบการเล็กๆ ก็ยังคงเจอปัญหาอยู่เรื่อยๆ (แต่น้อยลง)
แต่เราเชื่อว่าปัญหามีไว้แก้ ไม่ได้มีไว้กลุ้มค่ะ

เราเคยทำงานฟรีล้วนมากมาย แล้วก็ไม่ได้เงิน
เราเคยทำงานเจอแก้เยอะแยะกว่าจะผ่าน
เราเคยผ่านช่วงเวลาที่รู้สึกว่าเดือนหน้าจะเอายังไงดี
เราเคยผ่านช่วงเวลาที่รู้สึกว่าการทำงานอิสระนั้นลำบากกว่างานประจำ
แต่พอผ่านวันเวลาเหล่านั้นมาได้
เรารู้สึกว่าวันนี้เราตัดสินใจถูกที่เลือกทางเดินแบบนี้
เพราะว่าณ.จุดนี้เป็นจุดที่เรารู้สึกว่าเรามีงานที่มั่นคงเป็นครั้งแรกในชีวิต
และเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เรารู้สึกเข้าใจคำว่าความสุขที่แท้จริงมากขึ้น

สมัยก่อนเราก็เหมือนเด็กๆค่ะ คิดว่าถ้าได้ทำงานที่ชอบก็คงมีความสุขแล้ว
เราเคยกลัวว่าความสุขแบบนี้สักวันมันก็คงจะหายไป
ถ้าวันหนึ่งเราถูกเลย์ออฟ หรือตกงาน ไม่สามารถหางานวาดได้
เราจะยังคงมีความสุขอยู่หรือเปล่า
ความกลัวเหล่านี้ปัจจุบันหายไปค่ะ
เพราะจากทางเดินที่ผ่านมา เราสามารถสร้างงานขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง
งานที่เราสร้างได้ด้วยตัวเอง เราไม่ต้องกลัวว่าเราจะตกงาน
เพราะเราเป็นนายตัวเอง ไม่ต้องกลัวว่าวันหนึ่งจะถูกเลิกจ้าง

ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่เรามีความสุขที่เสถียรจริงๆ
ไม่ใช่สุขแบบสุดๆแล้วจางหายไปเหมือนสมัยก่อน
เรารู้สึกมีความสุขกับงานสอน มีความสุขกับงานเขียน
มีความสุขที่ได้วาด มีความสุขกับครอบครัว
เรารู้สึกว่าเราอยู่ในจุดที่ตัวเองเคยฝันไว้แล้วเมื่อ 4 ปีก่อน
คือจุดที่มีทั้งอิสรภาพ และความสุข

ที่เรามีความสุข เพราะเราได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น
ได้พิจารณาหลายๆสิ่งหลายๆอย่าง
ก่อนจะมีความสุขได้แบบปัจจุบัน
เราผ่านช่วงเวลาที่เป็นความทุกข์มาก่อนค่ะ
พอมีความทุกข์ ช่วงเวลาที่มีความสุขจะมีความหมายมากขึ้น

ถ้าถามว่าแล้วก่อนหน้านี้เราไม่มีความสุขเหรอ
ตอนที่ได้ทำงานวาด หรือได้ออกผลงานตัวเอง ก็มีความสุขค่ะ
แต่เราไม่ได้สุขมากขึ้นเท่านั้นเอง ณ.จุดที่เราได้ประสบความสำเร็จมากขึ้น
ในสายการวาด จนเราได้อยู่กับตัวเอง แล้วพิจารณามันอย่างแท้จริง เราถึงเข้าใจมัน
และพบคำตอบที่เราค้นหาในชีวิต ถ้าถามเราว่า ความสุขของเราคืออะไร
ณ.ตอนนี้ก็คงเป็นการได้ใช้เวลาร่วมกับคนที่มีความหมายในชีวิตเรา
ครอบครัว เพื่อนฝูง,การได้ทำงานที่ชอบและตามความฝันของตัวเอง
การได้มีอิสรภาพ ได้อ่านการ์ตูน อ่านหนังสือ ดูคลิปที่ชอบ
ได้ไปออกวิ่งตอนเย็น ฟังเพลง
ได้ทำความเข้าใจโลกใบนี้ให้มากขึ้น
เรามีความสุขมากขึ้นณ.จุดที่เราเลิกโฟกัสไปที่ความสำเร็จค่ะ

ณ.วันที่เรากำลังสับสนและลังเลใจในชีวิต
พ่อเราไรท์ซีดีมาให้แผ่นหนึ่งค่ะ ในนั้นรวบรวมวีดีโอของนกอินทรี
ที่เซฟมาจากยูทูป เหมือนสารคดีย่อมๆแผ่นนึง

พ่อบอกว่า ให้ดูชีวิตของนกอินทรีไว้ แล้วพ่อก็บอกเราว่า…

“เวลาอินทรีหาเหยื่อ มันไม่มองเหลียวหลัง มันถึงเป็นอินทรี
ถ้าอยากทำงานแบบอินทรี อย่าหวนกลับมองไปที่อดีต”

“แล้วงานแบบอินทรีนี่เป็นแบบไหนเหรอพ่อ”

“งานแบบอินทรีคืองานที่ไม่ต้องพึ่งพาใคร และสามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง
อินทรีเป็นนกที่หากินโดยไม่ออกไปเป็นฝูง
เวลามันจับปลา มันไม่มีการลังเลใจคิดว่าควรจับปลาตัวนี้กินดีไหม มันไม่หวนไปดูข้างหลัง
มันมองข้างหน้า มันถึงจับปลาได้
มันทำทุกอย่างตามสัญชาติญาณ มันถึงเป็นนกอินทรี
สำหรับพ่อ พ่อไม่ได้คุณค่ากับการหาเงินได้เยอะๆหรือรวย
พ่อให้คุณค่า กับคนที่ใช้ชีวิตอย่างนกอินทรี คนที่รวยอาจจะไม่ได้รวยอย่างอินทรีก็ได้
ถ้าตราบใดยังต้องพึ่งพาคนอื่นอยู่ คนที่โกงกินชาวบ้านจนรวยก็ไม่ได้เรียกว่าอินทรี”

ณ.วันนั้นเป็นวันที่เราเข้าใจหลักการดำเนินชีวิตของพ่อ
และตัดสินใจว่าจะดูอินทรีเป็นตัวอย่าง
เป็นวันที่เราจะเลิกมองเรื่องเงินและความสำเร็จเป็นหลัก

และเป็นครั้งแรกที่เราได้เข้าใจ”ความสุข”ที่แท้จริง

 

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.