ถ้าคุณสามารถเปลี่ยนอดีตได้…

ถ้าคุณสามารถเปลี่ยนอดีตได้…

image credit:Hartwig HKD
คุณเลือกที่จะเปลี่ยนมันไหมคะ?

คำถามนี้เราเคยถามกับตัวเองค่ะ ว่าถ้าหากเราย้อนเวลากลับไปได้ เราจะเลือกที่จะแก้ไขเรื่องไหนในชีวิตเป็นอย่างแรก? มีหลายๆเหตุการณ์ในชีวิตที่เราเคยทำผิดพลาด และเคยคิดว่าถ้าหากไทม์แมชชีนมีจริงก็คงจะดี เราจะได้ย้อนเวลากลับไปเพื่อแก้ไขสิิ่งที่เราทำผิดพลาดหรือเลือกทางเดินผิดไป
แต่ในความเป็นจริง ไทม์แมชชีนไม่มีอยู่จริง และความผิดพลาดหลายๆอย่าง มันทำให้เราเป็นเราอย่างทุกวันนี้ ถ้าหากเราเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงมัน เราอาจจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นอีกคนก็ได้ เหมือนที่เอนทรี่ก่อนได้เขียนไว้แล้วว่า ชีวิตของคนเราจะเป็นยังไงนั้น ขึ้นกับทางเลือกในอดีตของเรา และผลของทางเลือกเหล่านั้น คือสิ่งที่ทำให้เราทุกคนเป็นเราอย่างปัจจุบันนี้
ถ้าหากเราเปลี่ยนอดีตได้ เรารู้ได้ยังไงว่าทางเลือกที่เราเปลี่ยนนั้น จะนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่าเดิม
บางที มันอาจจะนำไปสู่จุดที่แย่กว่าปัจจุบันนี้ก็ได้ 4 ปีที่ผ่านมาเราเลือกที่จะเดินออกจากงานประจำค่ะ ทุกวันนี้พอกลับไปเจอเพื่อนๆ เพื่อนๆก็จะมีตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดีกัน แต่เราไม่เคยคิดที่จะเปลี่ยนแปลงอดีต หรือเปรียบเทียบตัวเองกับเพื่อนๆ เพราะเรารู้สึกว่าชีวิตเราในปัจจุบันนั้นดีแล้ว ถึงแม้มันจะมีบางจุดที่ไม่เพอร์เฟ็คก็ตาม หรือแม้แต่เรื่องที่เลือกเรียน เราเลือกเรียนสถาปัตย์ ไม่ใช่คณะที่เกี่ยวกับการวาดรูปโดยตรงเราก็ไม่ได้เสียดายหรือคิดอยากจะเปลี่ยนแปลง (มีบางครั้งเหมือนกันที่เคยเสียดายว่าถ้าหากได้เรียนสายวาดๆโดยตรงจะเป็นยังไงแต่สุดท้ายก็เลิกคิด)
และอดีตบางอย่างทำให้เราเรียนรู้บทเรียนที่สำคัญถึงแม้จะเป็นการเรียนผ่านบทเรียนที่ยากลำบากหรือบทเรียนที่เจ็บปวดในบางครั้ง หรือทำให้เราสูญเสียอะไรบางอย่างในระหว่างทาง เราเชื่อว่าการสูญเสียนั้น คุณจะได้บางสิ่งบางอย่างทดแทนกลับมาเสมอค่ะ และสิ่งที่คุณได้กลับมานั้นคือสิ่งสำคัญที่จะทำให้คุณไม่ทำผิดพลาดในเรื่องเดิมๆ
และเราเชื่อว่าการที่คุณเสียอะไรบางอย่างไปในอดีตนั้น จักรวาลต้องการจะสอนอะไรคุณบางอย่างค่ะ ที่เป็นสิ่งสำคัญที่คุณอาจจะทำผิดพลาด หรือลืมมันไประหว่างนั้น ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเลิกกับแฟน คุณอาจจะต้องหันมามองว่าในความสัมพันธ์นั้นมีอะไรที่ขาดหายไปหรือเปล่า หรือว่ามีอะไรที่ผิดพลาด คราวหน้าเวลาที่เจอคนใหม่คุณจะได้ไม่ทำเรื่องผิดพลาดเดิมๆ
พูดถึงอดีตแล้ว ต้องพูดถึงตอนที่เราตัดสินใจไม่ทำงานประจำต่อไปค่ะ จริงๆที่ทำงานเราดีมากแต่ด้วยปัญหาหลายๆอย่างรวมทั้งเรารู้สึกว่าชีวิตพนักงานประจำไม่เหมาะกับนิสัยของเราแล้วจากที่ทำงานประจำมาประมาณ 3 ปีตอนนั้น หลายๆคนอาจจะสงสัยว่า เราออกจากงานประจำแล้วทำยังไงให้อยู่รอด เพราะจริงๆดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากมากสำหรับหลายๆคนที่ไม่ได้มีแหล่งงานชัดเจน เข้าใจว่าหลายๆคนเป็นแบบนี้่ เราแนะนำให้ไปดูหนังแบทแมนเดอะดาร์คไนท์ภาคใหม่ค่ะ ที่เข้าฉายในโรงไปแล้ว เราคุยกับน้องสาวเรื่องนี้ หลังจากที่ดูหนังจบ เรารู้สึกว่าฉากที่แบทแมนจะต้องกระโดดข้ามไปอีกฝั่งเพื่อจะออกจากคุกได้ นั่นแหละคือชีวิตหลังงานประจำ เราไม่ได้บอกว่างานประจำคือคุกนะคะ แค่เปรียบเทียบเฉยๆว่าอารมณ์เหมือนกัน อยากให้ไปดูฉากนี้กันเอง โดนมากค่ะ การจะออกจากงานประจำแล้วอยู่ได้คือคุณต้องตัดสินใจแล้วว่าคุณจะไม่กลับไปทำงานประจำอีกค่ะ แต่ระหว่างนั้นคุณต้องมีแผนการด้วย
ชีวิต4 ปีของเราเป็นปีที่ผ่านอะไรมาเยอะแยะมากมายกว่าจะถึงจุดนี้ เพราะฉะนั้นถ้าหากสามารถย้อนเวลากลับไปได้ เราเชื่อว่าเราจะตัดสินใจทำแบบเดิม ถึงแม้จะผ่านช่วงเวลาที่ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ช่วงเวลาที่เศร้า เสียใจ ช่วงเวลาที่สับสนในชีวิตก็ตาม
 เราเดินร้านหนังสือเอเชียบุ๊ค ไปเจอหนังสือเล่มหนึ่งของริชาร์ด แบรนสัน ceo ของ virgin ค่ะ ชื่อว่า screw it,let do it คิดว่าชีวิตของคนเราเป็นแบบนั้นเลยค่ะ คือเราต้องไม่กลัวเจ๊ง ไม่กลัวผิดพลาด และลงมือทำค่ะ แม้มันจะเจ๊ง (screw up) แต่สิ่งผิดพลาดในชีวิตทั้งหลาย ล้วนเป็นบันไดขั้นต่อไปที่จะทำให้เราเป็นคนที่ดีกว่าเดิม และในอนาคตเราอาจจะทำสำเร็จในสิ่งที่ตั้งใจไว้ค่ะ
เพราะฉะนั้น ถึงเราจะเปลี่ยนแปลงอดีตได้ เราเลือกที่จะไม่เปลี่ยนแปลงมันดีกว่าค่ะ
เชื่อในริชาร์ด แบรนสันค่ะ screw it,let do it 🙂
ถ้าหากเปลี่ยนแปลงอดีตได้ จะเปลี่ยนกันไหมคะ ?เรื่องอะไรที่อยากเปลี่ยนแปลงคะ?

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.