“อิสระ”=ชนะความ”กลัว”

ขอบคุณภาพประกอบจาก https://flic.kr/p/dhg8ZN
สวัสดีค่ะหลายๆคนอยากมีชีวิตอิสระ อยากทำงานที่ตัวเองรัก
แต่ติดที่ว่า “กลัว” ค่ะ

นโปเลียน ฮิลล์ กล่าวไว้ว่า มีความกลัวอยู่ 6 อย่าง
ที่คนทั่วไปกลัว และหยุดยั้งไม่ให้คนทำตามความฝัน นั่นคือ
1.กลัวแก่
2.กลัวเจ็บ
3.กลัวตาย
4.กลัวคำวิพากษ์วิจารณ์
5.กลัวสูญเสียความรัก
6.กลัวจน

จริงๆแล้ว ความกลัว เป็นสิ่งที่เราล้วนสมมติขึ้นมาค่ะ
อาทิเช่น เรากลัวผี เพราะเราไม่เคยเห็นผีมาก่อน

ตอนที่เราไปเที่ยวจังหวัดสมุทรสงครามค่ะ
เป็นช่วงหน้าฝนพอดี ไปพักโฮมสเตย์ที่เป็นสวน

ปรากฏว่าในสวนนั้นอุดมสมบูรณ์มาก จึงมีสัตว์ชนิดหนึ่งอยู่เยอะเป็นพิเศษ
นั่นคือ “กิ้งกือ”ค่ะ และไม่ใช่กิ้งกือธรรมดา มันเป็นกิ้งกือยักษ์
ที่ส่วนใหญ่จะพบได้ในป่า ลำตัวขนาดนิ้วชี้ ความยาวเท่าฝ่ามือค่ะ
(ไม่ใช่ตัวเล็กๆ สีชมพู เหมือนแถวๆบ้านนะ)
ซึ่งโดยปกติ กิ้งกือนั้นเป็นสัตว์ทีเรากลัวอยู่แล้ว
วันนั้นเรานั่งทานอาหารเช้าอยู่
ปรากฏว่ากิ้งกือมันเลื้อยอยู่ข้างหน้า บนต้นไม้ค่ะ ใกล้ๆประตูทางเข้าห้อง
เรานี่ขนลุกเลยค่ะ แต่เจ้าของโฮมสเตย์มาพอดี
เขาก็จับกิ้งกือตัวนั้น แล้วก็หันมาพูดว่า
“กลัวเหรอ ไม่เห็นมีอะไรเลย นี่ไง มันไม่กัด ลองจับมันดูสิ”
กิ้งกือมันเลื้อยไปมาบนมือของเขา จากนั้นก็ขดลำตัวเป็นก้นหอยขนาดยักษ์
เราก็ทำท่าหวาดๆ
แล้วก็บอกเขาว่า …..
“ไม่ไหวจริงๆค่ะ ….ตัวนี้กลัวจริงๆ”
“เอ้า ไม่มีอะไรหรอก คุณกลัวมันคุณต้องลองจับมันดูแล้วคุณจะหายกลัว”
เราอึ้งอยู่ประมาณ 5 นาที สุดท้ายก็ไม่ได้จับมันค่่ะ
และคิดว่าถ้ามีโอกาสอยากจะลองจับมันดูสักครั้ง
คงคล้ายๆกับวิธีการแก้ไข phobia หรือโรคกลัว
ทางการแพทย์ ที่เขาจะให้เราจินตนาการถึงสัตว์นั้นในทางน่ารักๆ
คิดว่ามันเป็นการ์ตูน ไม่มีพิษมีภัยอะไร
และนึกภาพว่าเราไปเล่นกับมัน สุดท้ายก็ให้ลองจับมันดูจริงๆมาคิดๆดู เราเองก็คงเหมือน”คนส่วนใหญ่”นี่แหละ
ที่มี”ความกลัว”

มีสิ่งเดียวค่ะที่จะชนะความกลัวได้ คือ “การลองทำมันดู”
ถ้าคุณกลัวว่าทำงานที่คุณรักแล้วจะอดตาย
คุณต้องลองทำดู ลองจินตนาการถึงสิ่งเลวร้ายที่สุดที่จะเกิดขึ้นกับคุณค่ะ
แค่จินตนาการถึงมัน อย่าไปหมกมุ่นหรือจิตตกกับมันมาก
เพราะสุดท้ายแล้วมันจะกลายเป็นคำทำนาย ที่เป็นจริง
หรือ self fulfilling proprecy

ให้จินตนาการถึงสิ่งเลวร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น
เช่น….เราอาจจะไม่มีงานเข้า….อาจจะต้องบากหน้า
กลับไปขอเงินพ่อแม่…อาจจะต้องขายทรัพย์สินเพื่อประทังชีวิต
หรือ อาจจะหมดตัว….
ซึ่งบอกได้เลยว่า…จริงๆแล้วคนเรามักจะ“กลัวเกินไป”เสมอๆค่ะ
สิ่งเลวร้ายต่างๆที่มันอาจจะเกิดขึ้น มันเป็นเพียงจินตนาการเท่านั้น
เมื่อคุณนึกถึงมันมากๆ กลัว จนไม่กล้าทำอะไร
ทำอะไรก็ลนไปหมด เมื่อนั้นแหละค่ะสิ่งที่คุณกลัวทั้งหมด
มันจะเกิดขึ้นเรื่องกลัวแก่ กลัวเจ็บ กลัวตายนั้นเป็นเรื่องธรรมดาค่ะ
เพราะสุดท้ายแล้วคนเราก็ต้องตายทุกคน
สิ่งที่เราควรกลัว น่าจะเป็น “ตายๆทั้งที่ยังไม่ได้ทำ ในสิ่งที่อยากทำ”
ลองถามตัวเอง ถ้าพรุ่งนี้เราตายไป เราจะเสียดายชีวิตที่ผ่านมาไหม?
ถ้าคุณตอบว่าไม่เสียดาย แปลว่าคุณมาถูกทางแล้ว

กลัว“ความยากจน”
ประเด็นนี้น่าจะติดอยู่ในใจของหลายๆคน
ทำให้ไม่กล้าเดินตามฝัน
กลัวจะเป็นนักเขียน นักวาดการ์ตูน นักดนตรี
หรือนักอะไรก็ตามที่ไส้แห้ง
จริงๆแล้ว “ความจน” เป็นเรื่องธรรมดา
แต่“จนปัญญา”เป็นเรื่องใหญ่ค่ะ
เพราะ“จนปัญญา” สุดท้ายจะทำให้เรา “จนตรอก”
ส่วนเรื่องจน…
ถ้าไม่ได้ไปกู้เงินใครมา อย่างมากก็แค่เสมอตัวค่ะ
ที่จริงแล้วคนเราล้วนมีความต้องการเกินตัวเสมอๆ
ถ้าเรารู้จักพอดี ลดความต้องการของตัวเองลงบ้าง
เราก็จะอยู่อย่างสบายโดยไม่ต้องการเงินเยอะมากมายเลยค่ะ
ที่เรากลัวเป็นเพราะเราเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น
เลยเกิดความอยากได้อยากมี


แล้วเราก็เติบโตมากับสื่อ ที่หล่อหลอมความคิดว่า…
ประสบความสำเร็จคือการมีบ้านหลังใหญ่ๆโต มีรถคันงามๆ
มีเงินมากมายให้จับจ่ายใช้สอย มีต่ำแหน่งหน้าที่การงานที่ดี
 
ทำให้เรากลายเป็นคนกลัวจน กลัวความยากลำบาก
ยอมทนทำงานที่ใจไม่รัก เพราะ“ความกลัว”
เส้นทางนี้ในระยะยาวแล้วไม่ดีต่อตัวเราค่ะ
และสุดท้ายเราจะลำบากกว่าที่คิด
เพราะไม่มีอะไรมั่นคงค่ะ งานบริษัท ก็เสี่ยงต่อการถูกเลย์ออฟ
และยังมีความเสี่ยงอื่นๆ
นอกจากนี้ผลงานที่ดี ย่อมมาจากใจรักในงาน
และสุดท้ายถ้าเรา“กลัว”
เราก็จะเป็นคนทำงานไปวันๆ รอวันเงินออก
งานคือ ยาพิษ,เสาร์อาทิตย์ คือ สวรรค์,วันจันทร์ คือ นรก
ทำงานเหมือนหุ่นยนตร์ ไร้ชีวิตชีวา
ใครที่ตกอยู่ในกลุ่มนี้แปลว่า…
ได้เวลาเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่างในชีวิตค่ะ 

ส่วนกลัวคำวิพากษ์วิจารณ์ คิดว่า…น่าจะเป็นสิ่งที่ใกล้ๆตัวเรา
โดยเฉพาะคนที่เป็นวัยหนุ่มสาว
เพราะคนส่วนใหญ่ล้วนอยากได้การยอมรับ จากสังคม
จากเพื่อนๆ จากคนหมู่มาก
บอกได้เลยว่า การทำอะไรให้ถูกใจคนทุกคน
โดยไม่เจอคำวิพากษ์วิจารณ์เลย
เป็นเรื่องยากค่ะ มีคนชอบ ก็ต้องมีคนไม่ชอบ
ถ้ามัวแต่กลัวคำวิพากษ์วิจารณ์ คุณก็ไม่ได้ขยับตัวทำอะไรเลยค่ะ
และบอกได้เลยต่อให้คุณอยู่เฉยๆ นิ่งๆ ไม่ทำอะไร
ก็๋ต้องมีคนวิจารณ์คุณอยู่ดี ว่า “อยู่เฉยๆทำไม”
เหมือนนิทานเรื่องลา….มีพ่อลูกคู่หนึ่งกับลาตัวนึง
พ่อให้ลูกขี่ลาแล้วเดิน…คนก็วิจารณ์ว่า

“ทำไมให้พ่อแก่ๆเดินหละ เป็นลูกควรเสียสละให้พ่อ”
ลูกเลยลง ให้พ่อขี่แทน…คนก็วิจารณ์ว่า
“ลูกยังเล็กแท้ๆ เป็นพ่อทำไมไม่เสียสละ”
ทางพ่อไม่รู้ทำยังไง จะขึ้นไปขี่ก็กลัวจะโดนวิจารณ์แบบเดิม
ทั้งพ่อทั้งลูกเลยขึ้นขี่ลา…คนก็วิจารณ์ว่า
“ดูซิ สงสารลา รับน้ำหนักตัวคนทั้งสองคน”
สุดท้ายเลยไม่มีใครขี่ลา สองพ่อลูกลงจากลง แล้วก็เดินจูงลาไป
คนก็วิจารณ์ว่า “โง่หรือเปล่าเนี่ย…มีลาก็ไม่รู้จักขี่”เรื่องนี้สอนเราว่า ทำอะไรก็มีคนวิจารณ์ค่ะ

“ทำ” แล้วโดนวิจารณ์
ดีกว่า “ไม่ทำ” แล้วโดนวิจารณ์จากประสบการณ์ที่ผ่านมา พบว่า…
คำวิจารณ์จะทำให้คนเราเติบโตขึ้นค่ะ ในหลายๆด้าน
ส่วนใหญ่เลยก็จะเป็นในเรื่องของวุฒิภาวะ
พอผ่านคำวิจารณ์มันก็จะฝึกให้เรารู้จักใจเย็นขึ้น
และรู้ว่า คำวิจารณ์แบบไหนเราไม่่ต้องไปใส่ใจ
เหมือนกับตีดาบ จะได้ดาบที่คมก็ต้องผ่านความร้อน และแรงจากการตี
งานเขียนหรืองานวาดนี่ เป็นงานที่ดีไม่ได้ค่ะ ถ้าไม่ผ่านการถูกตีก่อน
แต่ดูเจตนาคนที่วิจารณ์ด้วยค่ะ ว่าเขาวิจารณ์เราเพราะอะไร?
วิจารณ์เพราะอยากให้เราพัฒนาจริงๆหรือเปล่า?

ความกลัวที่ดูจะยิ่งใหญ่อีกอย่างในชีวิตวัยหนุ่มสาว…
นั่นคือ…“กลัวสูญเสียความรัก”
ไม่มีัอะไรจีรังยั่งยืนค่ะบนโลกนี้
มีรัก ก็หมดรักได้
เมื่อคนหนึ่งเดินออกไปจากชีวิตของคุณ
อีกคนหนึ่งก็จะเดินเข้ามาค่ะ
ความกลัวอีกอย่างที่คนทั่วไปกลัวนั่นคือ…
“กลัวความล้มเหลว”
ที่จริงแล้วในโลกนี้ไม่มีอะไรที่คุณทำไม่สำเร็จค่ะ
เพราะว่าคุณไม่มีทางล้มเหลวเลย ถ้าคุณไม่เลิกทำมันไปก่อน
และไม่ล้มเหลวในเรื่องเดิมๆซ้ำๆ
การล้มเหลวมากๆจะทำให้คุณมีประสบการณ์ค่ะ
และประสบการณ์นั่นแหละคือสิ่งที่จะทำให้คุณสำเร็จ“I’ve missed more than 9000 shots in my career.
I’ve lost almost 300 games.
Twenty-six times I’ve been trusted
to take the game winning shot and missed.
I’ve failed over and over and over again in my life.
And that is why I succeed.”
~ Michael Jordan

“ผมชู็ตพลาดไป 9,000 ลูก
ผมแพ้กว่า 300 เกม
26 ครั้งที่ผมได้รับความไว้วางใจว่าจะพาทีมให้ชนะและผมพลาด
ผมล้มเหลวซ้่ำแล้วซ้ำเล่า ในชีวิตของผม
และนั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมผมจึงสำเร็จ”
ไมเคิล จอร์แดน

“I have not failed.
I’ve just found 10,000 ways that won’t work.”
~ Thomas Alva Edison

“ผมไม่ได้ล้มเหลว
ผมแค่เจอ 10,000 วิธีที่ไม่ได้ผล”
โทมัส อัลวา เอดิสัน

สุดท้ายนี้ฝากเอาไว้สำหรับคนที่ยังกลัว…
คำพูดของ สตีฟ จ็อบ เช่นเคยค่ะ

“Remembering that you are going to die is the best way
I know to avoid the trap of thinking you have something to lose.
You are already naked. There is no reason not to follow your heart.”
Steve Jobs

“การจำไว้ว่าคุณจะต้องตายในซักวันเป็นวิธีที่ดีที่สุด
ที่จะหลีกเลี่ยงกับดักทางความคิด
ว่าคุณมีอะไรจะต้องสูญเสีย
เพราะคุณเปล่าเปลือยแล้ว มันจึงไม่มีเหตุผลอื่นใด
ที่คุณจะไม่ทำตามเสียงเรียกร้องของหัวใจคุณ”
สตีฟ จ็อบเมื่อไรที่คุณชนะความกลัวในจิตใจได้
เมื่อนั้นคุณจะเป็นอิสระจากมัน
วิธีที่ดีที่สุดที่จะเอาชนะมัน คือ “ลงมือทำ” ค่ะ

2015-08-15T14:24:11+00:00 สิงหาคม 15th, 2015|