fullstop และ question mark

สองสิ่งนี้ทำหน้าที่แตกต่างกัน

. ใช้จบประโยค มันก็จบในตัวของมันอยู่แล้ว ถ้าเจอจุดฟุลสต็อป

หมายถึงเป็นจุดจบ หรือว่าเป็นทางตัน หรือไปต่อไม่ได้ นอกจากจะขึ้นประโยคใหม่เท่านั้น

 

? ใช้กับคำถาม ใช้จบประโยคเหมือนกัน มันขึ้นต่อประโยคใหม่ก็ได้

แต่ว่ามันต้องการคำตอบ หรือไม่ก็ได้

 

แต่ว่า เควสชันมาร์ค มีเสน่ห์ตรงที่ บางอย่างในชีวิตเรา

เราก็ปล่อยให้เป็นเควสชันมาร์คไปจะดีกว่าที่จะรู้อะไรทั้งหมด

เพราะว่ามันจะขาดเสน่ห์ ขาดความน่าสนใจ

 

ถ้าเรารู้อะไรทั้งหมด ก็เหมือนผู้หญิงเปลือยกายล่อนจ้อนต่อหน้าเรา

มันไม่มีอะไรน่าค้นหา เพราะเราเห็นทุกสิ่งทุกอย่างของเธอหมดแล้ว

เราจึงรู้สึกว่าเธอ ไม่น่าสนใจอีก

สมมติเป็นเรื่องของดารานักร้อง

เช่น เราชอบดารานักร้องคนใดคนหนึ่ง

แล้วดารานักร้องเขามีแฟนๆผลงานของเขา แล้วเขามีข่าวเสียๆหายๆออกมา

การที่มีข่าวเสียๆหายๆเหล่านั้น เราควรจะปล่อยให้มันเป็นเควสชันมาร์คไว้

 

เพราะว่าเราไม่ควรจะไปตามหาความจริงว่ามันจริงหรือเปล่า ตามที่ใครๆเขาพูด

สิ่งที่สำคัญคือเราติดตามผลงานของศิลปิน และเชื่อในตัวศิลปินหรือเปล่า

เพราะฉะนั้นปล่อยให้พื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่ว่าง เป็นพื้นที่ๆทำให้เราได้จินตนาการ

ไม่ใช่ว่าเรารู้ชีวิตส่วนตัวของเขาหมด มันจะไม่มีอะไรน่าสนใจอีกต่อไป

 

บางอย่าง จุดฟุลสต็อป มันก็เป็นจุดจบที่สวยงาม

แต่บางอย่างเควสชันมาร์ค ก็ทำให้มันน่าสนใจมากขึ้น

ตรงมันเป็นปริศนา มากกว่าการเป็นจุดเฉยๆ

แต่มีก้นหอย ? ซึ่งแสดงถึงความไม่สิ้นสุด ความเป็นปริศนา

ที่เราจะสามารถจะจินตนาการต่อไปทางไหนก็ได้

ตามที่เราอยากจะจินตนาการ

 

(null)

 

2015-02-16T09:59:46+00:00 กุมภาพันธ์ 16th, 2015|