ส่วนที่ขาดหายไปของชีวิต

 image credit:amala_tc
ก่อนอื่นแนะนำให้อ่านหนังสือชื่อ missing piece meet big o  ของ  shel silverstein นะคะ

เรารู้สึกว่า หนังสือเล่มนี้เป็นงานเขียนที่ดีค่ะ งานที่ดีไม่จำเป็นต้องมีภาพอลังการๆ
แต่งานที่ดีคืองานที่จับใจคนได้ เราแยกกันค่ะ ระหว่างงานที่ดูแล้วสวย กับงานที่จับใจ งานที่สวย บางครั้งเราดูแล้วสวยแล้วก็ผ่านไป แต่งานที่จับใจ คืองานที่ทำให้คนเก็บไปคิดต่อได้ ซึี่งสำหรับงานภาพประกอบอย่างเดียวนั้น จะบอกว่าทำได้ยากค่ะ นี่คือข้อจำกัดของงานภาพประกอบคือต้องมีงานเขียนร่วมด้วยเพื่อการอธิบายสื่อความ ถ้าใครสามารถสื่อความได้โดยไม่ต้องมีคำอธิบายประกอบเลย ดูแล้วรู้ทันทีว่าหมายถึงอะไรถือเป็นนักวาดที่เก่งค่ะ
 สำหรับหนังสือเล่มนี้ เป็นเรื่องของสามเหลี่ยมอันหนึ่ง(the missing piece)ที่พยายามตามหาส่วนที่ขาดหายไปของมัน มันตามหาไปเรื่อยๆ แต่ก็ไม่เจอชิ้นส่วนที่พอเหมาะพอดี มันตามหาจนไปเจออันหนึ่งที่พอดีกับมันแต่สุดท้ายเมื่อชิ้นส่วนโตขึ้น มันก็ไม่เหมาะกันอีกต่อไป
จนกระทั่งวันหนึ่งมันไปเจอวงกลมวงหนึ่ง (the big o) วงกลมใหญ่วงนั้นบอกว่ามันไม่มีชิ้นส่วนที่ขาดหายไป ชิ้นส่วนสามเหลี่ยมจึงพยายามกลิ้งตัวเอง ไปพร้อมๆกับวงกลมใหญ่วงนั้น มันได้กลายเป็นวงกลมเล็กๆอีกวงหนึ่ง
งานเขียนชิ้นนี้ เรารู้สึกว่าเป็นงานเขียนที่เป็นเชิงปรัชญามาก
คือเปรียบเทียบได้ทั้งกับความรักและเรื่องของชีวิตการงานของคนเราด้วย
คนเราเปรียบเสมือนสามเหลี่ยมอันหนึ่งค่ะ
เริ่มต้นเราต่างก็พยายามตามหาส่วนที่ขาดหายไปของชีวิต
เราพยายามค้นหา ว่างานที่เราชอบ ที่เราอยากทำจริงๆในชีวิตคืออะไรกันแน่
เราพยายามค้นหาว่าสิ่งที่เราอยากเรียนคืออะไร
เราพยายามตามหา คนที่เรารัก และรักเรา
เราพยายามค้นหาสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข สิ่งที่จะมาเติมเต็มชีวิตที่เหลืออยู่ของเราให้มีความหมาย
บางคนก็หาเจอ บางคนก็หาไม่เจอ
แต่สิ่งหนี่งที่เราค้นพบคือ ความรัก ไม่ใช่การพยายามตามหาส่วนที่ขาดหายไปของชีวิตค่ะ
คุณไม่สามารถเติมเต็มชีวิตของคุณด้วยใครคนใดคนหนึ่ง แม้คนๆนั้นจะเป็นคนที่ตรงกับใจคุณมาก เป็นคนที่คุณใฝ่ฝันว่าอยากจะร่วมชีวิตด้วย เป็นคนที่คุณรักมากก็ตาม
ถ้าคุณพยายามตามหาส่วนที่ขาดหายไปของชีวิต
คุณจะพบกับความเจ็บปวด และความผิดหวังอยู่เรื่อยๆ
เพราะว่าการที่คุณรอใครสักคนมาเติมเต็มชีวิตนั้น
เท่ากับว่าคุณไม่ได้มีความสุขได้ด้วยตัวเอง
คุณกำลังรอใครสักคนมาทำให้คุณมีความสุข
คุณกำลังรอที่จะได้ทำงานที่ชอบแล้วคุณถึงจะมีความสุข
รอที่จะได้เรียนในสิ่งที่อยากเรียนคุณถึงจะมีความสุข
คุณกำลังสร้างเงื่อนไขในชีวิตให้กับตัวเอง
เมื่อคุณมีเงื่อนไขอะไรสักอย่างให้กับตัวเอง
เท่ากับว่าคุณเอาตัวเองไปผูกมัดกับปัจจัยภายนอก ที่จะทำให้คุณมีความสุข
ซึ่งวันหนึ่งคุณจะเกิดทุกข์เพราะไม่มีสิ่งใดอยู่กับเราจีรัง
แม้แต่ตัวเราเองค่ะ
พระไพศาล วิศาโลกล่าวว่าความสุขมาพร้อมกับความทุกข์เสมอค่ะ
เพราะความสุขก็คือความทุกข์รูปแบบหนึ่ง
พระพุทธศาสนาจึงสอนไว้ว่า “อย่าดีใจมาก อย่าเสียใจมาก”
ไม่ว่าคุณจะสุขหรือทุกข์ สุดท้ายช่วงเวลานั้นมันจะผ่านพ้นไปเสมอ
ไม่มีความสุขหรือความทุกข์ตลอดกาล
ความรักสำหรับเรามีอยู่สองแบบค่ะ
แบบแรกคือรักแบบมีเงื่อนไข
รักแบบมีเงื่อนไขคือ คุณต้องได้รับความรักตอบจากอีกฝ่ายหนึ่งก่อน
คุณถึงจะรู้สึกว่าคุณมีความสุข
กับรักแบบไม่มีเงื่อนไข คุณไม่จำเป็นจะต้องได้รับความรักตอบ
แค่คนที่คุณรักมีความสุข คุณก็รู้สึกมีความสุขแล้ว
หลายๆคนอาจจะบอกว่าไม่เคยสัมผัสรักแบบไม่มีเงื่อนไขมาก่อนเลย
มันมีด้วยเหรอ จะบอกว่าทุกคนล้วนมีประสบการณ์ค่ะ
โดยมากแล้วมันคือความรักของครอบครัว
พ่อแม่พี่น้องและครอบครัวของเรา
ไม่สนใจว่าคุณจะรักเขาตอบไหม แต่เขารักคุณ
เขามีความสุขเมื่อเห็นคุณมีความสุขไปด้วย
ซึ่งเป็นความรักแบบที่ละเอียดไปอีกขั้นค่ะ
ความรักที่แท้จริงคือแบบนี้
รักแบบมีเงื่อนไข คือการพยายามค้นหาชิ้นส่วนที่หายไปค่ะ
รักแบบไม่มีเงื่อนไข คุณเหมือนวงกลมวงหนึ่ง
ที่สามารถกลิ้งไปได้ด้วยตนเอง คุณสามารถอยู่ได้
แม้คนที่คุณรัก จะอยู่กับคุณ หรือไม่ได้อยู่ก็ตาม
ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นพ่อแม่พี่น้อง หรือแม้แต่ความรักแบบหนุ่มสาว
แม้คุณจะไม่ได้รับความรักตอบกลับมา คุณก็รู้สึกมีความสุขได้ด้วยตนเอง
แล้วคำว่า อกหัก คืออะไร?
อกหัก คือการที่คุณรักใครสักคนแบบมีเงื่อนไข
ว่าอยากได้รับความรักตอบค่ะ เมื่อไม่ได้รับความรักตอบ
เท่ากับว่าคุณมีส่วนขาดหายไปของชีวิต ที่ไม่ได้รับการเติมเต็ม
เป็นคำพูดเชิงลบ เหมือนกับคำว่าตกงาน ล้มเหลวค่ะ
คำว่าล้มเหลวไม่มีอยู่จริงค่ะ
เพราะทุกประสบการณ์ไม่ใช่ความล้มเหลว
แต่มันคือประสบการณ์ที่ทำให้คุณเป็นคุณในทุกวันนี้
ตัวอย่างเช่น ถ้าสตีฟจ็อบไม่ถูกไล่ออกจากแอปเปิ้ล  ก็คงไม่มี pixar
และแอปเปิ้ลก็คงไม่เป็นแอปเปิ้ลแบบทุกวันนี้
ถ้ามาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ค ไม่ออกจากฮาร์วาร์ด
เฟซบุ๊คก็คงไม่ยิ่งใหญ่แบบทุกวันนี้
หลายๆคนถูกปฏิเสธในความรักแล้วรู้สึกเสียใจ จริงๆคุณควรจะดีใจ
เพราะคุณจะได้ไม่เสียเวลามานั่งเดาความรู้สึกของอีกฝ่าย
คุณจะได้เอาเวลาไปพัฒนาตัวเอง เพื่อที่จะได้เจอคนที่เหมาะกับคุณจริงๆ
เวลาคุณตกงาน คุณก็ควรจะดีใจ
ที่คุณไม่ต้องเป็นลูกจ้างแล้ว คุณมีโอกาสทำอะไรของตัวเองได้อีกมากมาย
ถ้าคุณคิดได้แบบนี้คุณก็คือ the big o คุณไม่ต้องการสิ่งใดๆมาเติมเต็มชีวิตคุณ
คุณคือคนที่สามารถมีความสุขได้ด้วยตัวเอง
คนเราทุกข์เพราะจิตเราปรุงแต่งค่ะ
เราปรุงแต่งไปเองว่าเราอกหักนะ เราตกงานนะ
แทนที่จะมองในแง่บวก เรากลับโฟกัสไปที่ด้านลบ
ทำให้เราทุกข์ยิ่งขึ้น
เวลาที่ถูกปฏิเสธในความรักหรือตกงาน คุณควรหัวเราะค่ะ
ไม่ต้องจมปลักอยู่กับความเศร้าค่ะ  ออกไปสนุกกับชีวิตโสด
พัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น ไปออกกำลังกาย
หางานอดิเรกที่ชอบทำ ไปใช้เวลากับครอบครัว
ทำในสิ่งที่จะทำให้ชีวิตคุณมีความหมายมากขึ้น
เพราะว่าคุณพัฒนาตัวเองขึ้นทุกวันๆคุณจะได้เจอคนที่ดีกว่าเดิม
คุณจะเจองานที่ดีกว่าเดิม หรือคุณอาจจะได้ทำอะไรของตัวเอง
คุณกำลังจะไปอยู่ในจุดที่ดีกว่าเดิม
คุณกำลังจะมีความสุขได้ด้วยตัวคุณเอง แบบนี้จะไม่ให้หัวเราะได้ยังไง

ถามตัวเองว่าตอนนี้คุณเป็น themissing piece ที่เฝ้าตามหาส่วนที่ขาดหายไป
หรือเป็น the big o ที่กลิ้งไปได้ด้วยตัวเอง คะ
================================================
your missing piece in life

First of all I recommend you to read book name ‘the missing piece meet big o’ by Shel Siverstein,I feel that.This is real great piece of art.Good work isn’t about elegant image with full of detail but it have to touch people heart,make people thought
more.As for illustration work I think it’s really hard to do
because there’re some limitation you need to describe thing in word.If you can communicate by illustration without saying any word then I think you’re great artist.

For this book is story about one tiny triangle piece call missing piece which trying to find there’re another one that can fit with it.It find,find,find but
didn’t find one that fit with them,when it find one that fit,trouble happen when it’s grow it isn’t fit anymore.Then oneday missing piece meeting the big o.It’s big circle with no missing piece.Then missing piece try to rolling itself to roll along with
big o.It’s become another little circle which can roll with itself.

This piece.I think it’s very philosophical.It can analogy both love,and life of ourself.At first.People like the missing piece.We’re all try to find
another missing piece.

We try to find prefer job which we wanna do in our life.
We try to find someone who we love and love us back.
We try to find something that can fulfill the rest of our life.
Some can find,some can’t.

Thing I find in hardway is,love isn’t trying to find any
missing piece in life.You can’t fulfill your life with somebody.Althought that person is
right on your mind,someone you’d like to spend the rest of your
life with.SOmeone you really love.

If you trying to find missing piece.
You’ll face a lot of painful and disappointment.
Because waiting someone to fulfill you isn’t mean that you can stand for yourself and be happy.

You’re waiting for something or someone to make you happy,
waiting to do work you love then you be happy.
You make condition happen in your life.
The day you make condition happen,is the day you tied
yourself with external factor to make you happy.One day you’ll
suffer because nothing last long even ourself.

Phra Pisal Visalo(thai monk) said happiness came along with sorrow
because happiness is one kind of sorrow.So that buddhist teaching
‘don’t be too happy or too sad’.No matter you being happy or
depress finally it will pass,nothing last long.

There’re 2 kind of love for me.
First one is condition love,you need to get love back then
you feel happy and another one is uncondition love,you don’t need
to get love back,just see someone you love being happy then you’re happy.

Somany people will said they didn’t experience with unconditional love before but I
would like to said everyone have ever.It’s ‘family love’
Your family didn’t care whether they get love from you back.
They just feel happy when you being happy.It’s more delicate love.That’s true love for me.

Condition love is trying to find missiing piece.
Unconditional love you like the big o that can roll along with yourself.
You can live althought someone you love being with you or not.
No matter that they are your dad,mom,brother,sister or young
couple love.Althought you didn’t get love back you can being happy
with yourself.

Then how about ‘broken heart’
It’s negative word meaning
you love someone with condition.
You need love back that why your heart is broken.You need missing
piece.You didn’t be fulfill with yourself,can compare to word
‘fail’

There’re no real ‘fail’
because it’s experience that make you being you today such as if
steve jobs aren’t being fired from apple then there’re no pixar today.

Somany people feel disappoint when you get denied by someone.
Actually you’ve to glad because you didn’t lost time to guess another feeling.
You  will have time to develop yourself,for oneday you’ll find
someone who can get along with.

When you lose your job,you should feel glad.You’re not employee anymore you have more occasion to make your own thing.
If you can think like this then you’re the big o,you don’t need anything to fulfill yourself.You can being happy with yourself.

The reason people suffering because of our mind thought,
We’re thought that we’re broken heart or losing job.
Instead of seeing positive in
situation,we focus on negative side.That’s how people suffering.

When you’ve been deny for someone you love,you should laugh,
don’t stay with sorrow,enjoy single life,develop youself,get excercise,find some hobby to do,spend time with family.Do something that make your life have more meaning.
You’ll have more occasion to find someone better,better job,or
occasion to do your own job and being self employ.You’ll be in
better point.Then why you didn’t laugh with it?

Asking yourself,are you missing piece or the big o.

 

2015-02-02T09:16:29+00:00 กุมภาพันธ์ 2nd, 2015|