‘แรงเหวี่ยง’สิ่งที่ทำให้คนเราสำเร็จ

‘แรงเหวี่ยง’สิ่งที่ทำให้คนเราสำเร็จ

image credit:Swimstud1386
สวัสดีค่ะ
วันนี้เราจะมาพูดเรื่อง แรงเหวี่ยง หรือ “โมเมนตัม”ค่ะ
ไม่ว่าเราจะเขียนหนังสือ วาดรูป หรือ อะไรก็ตามแต่
เรื่องที่ยากที่สุด นั้นก็คือ จุดเริ่มต้นในการทำอะไรสักอย่างค่ะซึ่งเมื่อเราเริ่มทำแล้ว จุดต่อมาคือการรักษาแรงเหวี่ยงในการทำสิ่งนั้นๆ
หรือเรียกว่า “โมเมนตัม”ค่ะ 

โมเมนตัมนี้ เป็นสิ่งที่เรียกได้ว่า แยกคนสำเร็จออกจากคนล้มเหลวค่ะ
คนที่ทำอะไรก็ตามสำเร็จ เป็นเพราะเขาสร้างโมเมนตัมในการทำสิ่งนั้นๆมากพอ

โมเมนตัมคือ ความพยายามในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างต่อเนื่องค่ะ
เหมือนกับการที่เราถือลูกตุ้มลูกหนึ่งอยู่ แล้วเหวี่ยงออกไป
เราจะสังเกตุได้ว่า การที่ลูกตุ้มจะเหวี่ยงตัวต่อไปได้นั้น
แทบไม่ต้องอาศัยแรงเหวี่ยงต่อเลย แค่รักษาสมดุลย์ก็พอ
เช่น
หลายๆคนอยากเขียนหนังสือ แต่ไม่สามารถรักษาโมเมนตัมในการเขียน
จนออกมาเป็นต้นฉบับเล่มๆได้
วิธีแก้คือ ให้ซอยงานออกเป็นชิ้นย่อยๆค่ะ
เช่น หนังสือเล่มหนึ่งมี 15 บท เท่ากับว่า
เราเขียนบทความ 15 บทความอย่างต่อเนื่องเท่านั้นเอง
 
อันนี้คือเป็นปัญหาของคนส่วนมาก พอจะเริ่มต้นทำอะไรสักอย่างค่ะ
รวมไปถึงการออกมาเป็นฟรีแลนซ์ หรือ สร้างธุรกิจของตัวเอง
ทุกคนต่างมีไอเดียหรือ ความคิดที่จะทำอะไรค่ะ
แต่ไอเดียนั้น ถ้าขาดการกระทำควบคู่ เท่ากับว่ามันไม่มีค่าอะไร
เป็นแค่การฝันกลางวันเฉยๆ

ปัญหาอีกประการของคนส่วนมากก็คือ ลาออกมาแล้ว
แต่จับจด ไม่รู้จะทำอะไรก่อนดี
เลยทำทั้งหมด วาดก็ชอบ เขียนก็ชอบ ค้าขายก็ชอบ ลงทุนก็ชอบ
ความสนใจแตกกระจาย 

อยากทำโน่น ทำนี่ มากไปหน่อย 
และมัวแต่ดูเส้นทางของคนอื่น 
และคิดว่าจะทำแบบเขา โดยไม่ดูความเหมาะสมของตัวเอง
เลยทำให้ล้มเหลวค่ะ

อีกประการคือ ลาออกโดยยังไม่มีฐานลูกค้า
หรือฐานลูกค้ายังไม่แน่นพอ
หลายๆคนอาจจะถามว่า เราอยากเป็นนักธุรกิจหรือเปล่า
ทำไมจึงหันเหมาเป็น entrepreneur หรือผู้ประกอบการ
แทนการทำงานวาดต่อไป เราพบว่า เส้นทางของแต่ละคน
มีจุดเปลี่ยนของชีวิตไม่เหมือนกันค่ะ 
สำหรับเราที่วาดรูปมาตลอด ก็เพิ่งมาค้นพบว่า เราชอบริเริ่มทำอะไรใหม่ๆ
แต่เราขอไม่เรียกตัวเองว่านักธุรกิจ เพราะว่าจริงๆแล้ว
เราแค่ทำในสิ่งที่ชอบ ที่มันเป็น passion ของเราเท่านั้นค่ะpassion ของเรา คือการเห็นคนอื่นๆ วาดรูปได้เก่งขึ้นค่ะ
เรามีความสุขทุกครั้งที่เห็นน้องๆที่เรียนกับเราจบไปแล้วไปทางสายนี้ได้ดี
หรือฝีมือพัฒนาขึ้น วันเวลาผ่านไป เราอาจจะกลายเป็นคลื่นลูกเก่า
แต่ประสบการณ์ของเราสามารถช่วยเหลือหรือเป็นแรงบันดาลใจคนอื่นได้
นั่นเป็นเรื่องที่เรายินดีมาก

โมเมนตัมมันคล้ายๆกับการเอาหินมาก้่อนหนึ่ง
แล้วเอาคานมางัดหิน ช่วงแรกๆ ที่เหนื่อย จะเป็นช่วงที่ออกแรงมากค่ะ
หลังจากนั้นพอหินเคลื่อนตัว มันจะเป็นเรื่องง่ายขึ้น
ที่เหลือก็แค่ทำต่อไป
แต่ข้อควรระวังคือในหนังสือ the dip ของ seth godin กล่าวไว้ค่ะ
ว่าคนที่สำเร็จ ไม่ใช่เพราะเขาทำต่อไปแบบไร้ทิศทาง
แต่เขารู้จักหยุด ในจุดที่ไม่ใช่ตัวเองค่ะ

สำหรับเรา จุดที่หยุดพัก คือเราหยุดทำงานรับจ้างวาด
ในปัจจุบัน เรายังมีงานวาดเข้ามาเรื่อยๆ
แต่เราไม่ได้รับทำซะมาก
ถ้าหากงานนั้นไม่ได้สอดคล้องกับเป้าหมายของเราขณะนั้น
หรือไม่น่าสนใจมากพอค่ะ
เพราะว่าการทำงานวาดตามสั่งสำหรับเราเป็นงานที่เหนื่อยใช้พลังเยอะ
เราไม่ได้เลิกวาดรูปนะคะ แค่วาดตามใจตัวเองส่วนใหญ่
ตอนที่อยู่ได้จากงานวาด 
เราก็มีรายได้เสถียรเหมือนกันค่ะ
เพราะเรารับงานรับจ้างวาดคนต่างประเทศโดยโฟกัสไปที่คนทั่วไป
บางเดือน เราวาด 3 รูป ได้เงินเท่าเงินเดือน พนักงานประจำ
แล้วถ้าใช้ประหยัด เราคิดว่าอยู่ได้สบายค่ะ
หลายๆคนอาจจะสงสัยว่าแล้วจะรู้ได้ไง
ว่าเราเหมาะกับงานนั้นหรือไม่
ถามตัวเองค่ะ ว่าคุณมีความสุขหรือเปล่า
ถ้าไม่มีความสุขนั่นควรหยุด แล้วค้นหาตัวเองต่อไป
หางาน20% ที่สร้างความสุข 80%(ตามกฎ 80/20 ที่เคยเขียนไว้นานมาแล้ว)
เพราะฉะนั้น สิ่งที่ควรทำคือ รู้ศักยภาพของตัวเอง
ว่ามีจุดอ่อนจุดแข็งด้านไหน จากนั้นรักษาแรงเหวี่ยง
ในส่วนที่เป็นจุดแข็งของเรา 
จะพบว่าเราสามารถทำอะไรได้สำเร็จได้อีกเยอะเลยค่ะ
ชีวิตไม่ง่ายค่ะ แต่ไม่ยาก ถ้าใช้ให้เป็น
สิ่งสำคัญคือคนเรามักจะใช้เวลาแบบลืมไปว่า
เวลาที่อยู่บนโลกนี้มีจำกัด รู้ตัวอีกทีก็แก่ หรือหมดวัย
ที่จะสร้างสรรค์หรือทำอะไรแล้ว
เพราะฉะนั้นเริ่มสร้างแรงเหวี่ยงตั้งแต่วันนี้กันดีกว่าค่ะ

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.