ความจริงเกี่ยวกับการลาออก

(edit เพิ่มรูป,เพิ่มเรื่องเควิน,เพิ่มเรื่องอิทธิพลในการดำเนินชีวิต,โพสต์นี้ขออนุญาติเอ่ยถึงเพื่อนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดและขออนุญาติเซ็ทสาธารณะนะคะ)
.
สวัสดีค่ะ
.
ขอพูดอะไรเกี่ยวกับการลาออกหน่อย พอดีไปอ่านที่ Vongvasu Chaloisap เพื่อนสมัยเรียนภาควิชาภูมิสถาปัตย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่นับถือคนนึง เพื่อนเราเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในด้านงานภูมิสถาปัตย์อย่างมาก (มีกิจการตัวเองคือ VVDESIGN ) เขาได้แชร์โพสต์ของคุณวินทร์ เลียววาริณเกี่ยวกับการลาออก
.
เกริ่นก่อนว่า ตัวเรา ตั้งแต่แรกแล้ว เราไม่เคยทำงานที่ไม่ใช่ และไม่ชอบเลยนะ
คือเราหักดิบ ไม่ทำงานด้านภูมิสถาปัตย์ เราคิดว่าเพื่อนๆที่เลือกทางสายออกแบบทั้งหมด ทุกภาควิชานี้เก่งเสมอมา
.
เพราะตัวเรายอมรับเลยว่า ไม่สามารถที่จะออกแบบภูมิสถาปัตย์ให้เป็น’งานที่ดี’ได้จริงๆ จึงเลือกทำงานวาดรูป งานที่ชอบและคิดว่าทำได้’ดีกว่า’มาตลอด ดังนั้น แม้จะออกจากบริษัทที่ทำ เราก็ออกด้วยความรู้สึกที่ว่า งานนั้นใช่ และมีความสุข ถึงแม้จะมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เราต้องเลือกทางเดินแบบนี้
.
นอกจากนี้เรายังได้รับอิทธิพลในการดำเนินชีวิต
การใช้ชีวิต และมุมมองในการทำงานศิลปะต่างๆ
มาจากสี่คนนี้หลักๆ ไม่มากก็น้อย
.
Artistaya Kannasoot พี่สาวที่นับถือ และคุยกันเรื่องงานศิลปะ
Tossaporn Tanadeerojkul น้องสาว ที่วาดรูปกับเรามาตลอด
Skan Srisuwan เพื่อนที่นับถืออีกคน เพื่อนที่สอนอะไรเราหลายอย่าง
เกี่ยวกับมุมมองในการสร้างงานเรื่อยๆ
Jom Naknakorn เพื่อนที่วาดการ์ตูนมาด้วยกัน แต่ไปรุ่งกับงานออกแบบภูมิสถาปัตย์ จนไปทำงานที่อเมริกา ปัจจุบันให้คำปรึกษาเราเรื่อยๆเรื่องการทำงานด้านศิลปะ
.
ทุกคนต่างทำงานศิลปะที่นอกจากจะมีความรักในงานศิลปะแล้ว
ยังต้องสร้างให้มันเกิดอาชีพ,เลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ดี
.
เพื่อนที่เคยเริ่มวาดๆการ์ตูนพร้อมๆกับเรา
ทั้งในคณะและนอกคณะ..
ต่างก็มีงานของตัวเอง
แล้วก็ดูไปได้ดีในสายอาชีพของตัวเองกันหมดทุกคน
ไม่ว่าจะเป็น…
.
Pay Pantira Kumakoro เพื่อนสนิทคนแรกในคณะ
และเป็นเพื่อนที่วาดการ์ตูนด้วย
Sarinla Rukpollmuang เพื่อนสนิทในคณะที่ชอบงานสีน้ำของเขามาก
.
อื่นๆ
.
แล้วเราก็เลยค่อนข้างเห็นด้วยกับที่แชร์มาและความคิดเห็นของเพื่อนเรา วงศ์วสุ ทั้งเรื่องการลาออก ว่ามันมีข้อเสียยังไง และสเตตัสก่อนหน้านี้ เรื่อง headless chicken หรือไก่หัวขาดด้วย
.
นั่นก็คือ อาจารย์เราเคยบอกว่า…
.
คนที่ ‘ไร้ทิศทางในการดำเนินชีวิต’ ก็เหมือนกับ’ไก่หัวขาด’ค่ะ
.
.
โดยส่วนตัว เราเคยเขียนหนังสือเกี่ยวกับการลาออกก็จริง
.
แต่เราไม่คิดว่า ‘การลาออกทันที’ นั้นเป็นเรื่องที่ดีค่ะ เพราะว่า คนเราควรที่จะเรียนรู้งานในบริษัทก่อน เรารู้สึกว่างานบริษัทดีมากนะ โดยเฉพาะการทำงานสายตรง เหมือนมีคนจ่ายเงินให้เราทำในสิ่งที่เรามี passion หรือถ้าไม่มี ก็คิดซะว่าเป็นการเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ก่อน
.
.
 
นอกจากนี้งานบริษัท ทำเพื่อเรียนรู้การทำงานร่วมกันกับคน แล้วก็เรียนรู้เรื่องต่างๆ ก่อนที่จะลาออกมาเพื่อทำอะไรของตัวเอง ถ้าคุณจะลาออกมา…
.
คุณต้องถามตัวเองก่อน ว่าลาออกมาแล้วจะทำอะไร จะมีรายได้อย่างไร ฐานลูกค้าคือใคร ถ้าตอบตัวเองไม่ได้ อย่าเพิ่งออกเลยค่ะ ไม่อย่างนั้นคุณอาจจะเป็น ‘ไก่หัวขาด’ ได้นะ
.
ถ้าถามเราตอนนี้ว่าความฝันของเราคืออะไร? จริงๆแล้วเราก็เหมือนคนธรรมดาทั่วไป ที่อยากมีบ้านในชนบทสักหลัง แต่เอาเข้าจริง เราก็รู้ว่า เราไปอยู่ชนบทไม่ได้แน่นอนค่ะ เนื่องจากติดชีวิตแบบเมืองที่สะดวกสบายไปแล้ว
.
อีกเรื่องนึงก็คือ ‘การทำตามความฝัน’
.
ความฝันมันเป็นคำพูดลอยๆที่ใครๆก็พูดได้ค่ะ
ใครๆก็มีได้ เหมือนกับไอเดียที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ
.
ความฝันถ้าปราศจากการลงมือทำให้เกิดขึ้นก็เป็นแค่ฝันกลางวัน
.
แต่คนที่พร้อมจะทำจริงๆมักจะไม่พูดถึงความฝันมากหรอกค่ะ…
.
เพราะเขาเอาเวลาไปลงมือทำให้มันเกิดขึ้น
จนมันกลายเป็น’ความจริง’ที่เกิดขึ้นในชีวิตของเขาจนได้
.
นอกจากนี้ มีคนจำนวนน้อยที่’กล้าแลก’สิ่งต่างๆที่ต้องเสียไป
ระหว่างการ’ตามความฝัน’
คุณพร้อมที่จะเหนื่อยหรือเปล่า ที่จะต้องทำงานหนัก
เพื่อแลกกับสิ่งที่คุณอยากได้?
.
ทุกความฝันล้วนมี’ต้นทุน’ค่ะ
นอกจากนี้การตามความฝันตัวเอง
แล้วไม่นึกถึงครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบ
ก็เป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลเช่นกัน
.
สำหรับเรา เราคิดว่า เราเหลือเวลาที่จะทำตามฝันจริงๆแล้วไม่มากนักหรอก เพราะว่าพ่อแม่เราแก่เต็มที่แล้ว เราต้องทำเต็มที่ และทำให้สำเร็จให้ได้ด้วย เราเลยกลับมาตั้งใจวาดรูปมากๆ เพราะคิดว่า อย่างน้อยเราก็อยากทำเรื่องนี้ ทำเรื่องที่เราทำได้ให้สำเร็จให้ได้จริงๆก่อนทีละเรื่อง เรื่องอื่นๆเดี๋ยวมันก็จะดีขึ้นเอง
.
เรามีเพื่อนคนนึงชื่อเควิน หรือ เคฟ เคฟเป็นพี่ชายที่ดีเสมอมา
คอยให้คำปรึกษานั่นนี่ เคฟ ทำงานอยู่เกมส์เวิคชอป
บริษัทของเล่นที่ดังมากๆของอังกฤษ ที่ทำวอร์แฮมเมอร์
แล้วเขาก็ลาออกมาจากเกมส์เวิคชอป
เพราะเหตุผลที่ว่า…
เขาอยากมี ip หรือสร้างอะไรเป็นของตัวเองค่ะ ทั้งๆที่เขาอายุ 40 ปีแล้ว
มีลูกทั้งหมดสามคน
.
จริงๆชีวิตเราก้าวหน้ากว่าตอนไม่ออกจากงานประจำมากนะ เอาเป็นว่าในหลายๆแง่เลย แต่เราก็ต้องพยายามต่อไป เราให้เวลาตัวเอง สิ้นปีนี้ เราต้องขายงานเพียวๆของเราไม่ว่าจะเป็นโปรดักส์ หรืองานออริจินัลอาร์ทให้สำเร็จให้ได้ค่ะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ จะตั้งใจทำงานค่ะ
.
เคยพูดติดตลกกับเพื่อนค่ะ Art Dej ว่า เล่มต่อไปของหนังสือ
น่าจะชื่อ ‘ลาฝันไปตามเจ้านาย 5555’ แต่ไม่เอาแล้วค่ะ
ขอสร้างอะไรของตัวเองต่อไปค่ะ พูดติดตลกเฉยๆ
.
ใครไม่ได้ทำงานที่รัก รักงานที่ทำก่อนเป็นอันดับแรกค่ะ
สุดท้ายนี้ขอฝากคำพูดคิมรันโดค่ะ
 
.
.
.
 
“ถ้าไม่รักให้จงไป ถ้าไม่ไปให้จงรัก” –คิมรันโด
.
ขอขอบคุณทุกๆคนที่อ่านจนจบและแวะมาดูค่ะ
2018-01-27T22:37:58+00:00มกราคม 27th, 2018|