การเริ่มต้นฝึกเขียน

การเริ่มต้นฝึกเขียน

สวัสดีตอนเช้าค่ะ ตื่นมาเขียนบลอคแต่เช้าเลย555

วันนี้จะพูดถึงการเริ่มต้นฝึกเขียน จริงๆเราเขียนบลอตมาตั้งแต่ปี 2004 แล้วค่ะ ส่วนมากตอนแรกก็จะบลอคเกี่ยวกับเรื่องของตัวเองเป็นส่วนใหญ่ บางทีก็เขียนเป็นการ์ตูนเล่าเรื่อง เช่นมีสงกรานต์อยู่ปีหนึ่งเจอน้ำแข็งปาหัวก็เอามาเขียนการ์ตูน การเริ่มต้นจะเขียนนั้น คุณต้องเริ่มจากการเล่าเรื่องให้เป็นก่อน ยกตัวอย่างเรื่องที่เราจะเล่านะคะ เป็นเรื่องสมัยที่เราไปอยู่สิงคโปร์

คือตอนเราไปอยู่สิงคโปร์มันก็มีเรื่องฮาๆหลายๆเรื่อง เช่นเรื่องสอนภาษาเพื่อน

เพื่อนa:เฮ้ย ยู คำว่ามึงหล่อ ภาษาไทยพูดว่าไงอะ

เรา:พูดว่า “หน้ามึงเหี้ยมาก”

เพื่อนa:เฮ้ยๆ B อยากจะบอกว่า “หน้ามึงเหี้ยมาก”

เพื่อนb:ขอบใจนะ

เรา:พรวดดดดด555

คือเพื่อนมันเอาไปเล่นกันจริงๆนะ

ดังนั้นการเขียนเรื่องเริ่มต้นอาจจะเขียนจากบทสนทนาในขีวิตประจำวันก่อนก็ได้ บางคนคิดว่าการเขียนยาก แต่ที่จริง ถ้าเราสามารถพูดได้ เราก็สามารถเขียนได้เหมือนกัน ให้จินตนาการว่าเราอยากพูดอะไรกับคนอ่าน การเขียนที่ดีจะต้องมีฮุคตอนต้นกับตอนจบ ก็คือ title ต้องโดน การใช้ภาษา ถ้าใช้ภาษาแบบเรียบๆง่ายๆก็ดี แต่มันเป็นภาษาของการสอนเหมือน entry นี้ บางทีเราก็ต้องเขียนในสิงที่มัน viral ซึ่งสิ่งที่มัน viral มันย่อมเป็น controversy หรือถกเถียงกันอยู่แล้ว ขอแค่อย่ามาดราม่าในบลอคของเราก็พอแล้วค่ะ

นอกจากนี้การเขียนต้องปิดด้วยประโยคคมๆหรือประโยคที่ฉุกคิด ทำให้คนอ่านอยากรู้และอยากอ่านเอนทรี่ต่อๆไป

ยกตัวอย่างเช่นประโยคนี้นะคะ

“คนส่วนมาก ไล่ตามสถานะทางสังคม เรียนเก่งๆ จบมามีงานที่ดีทำ ผ่อนบ้าน ผ่อนรถสักคัน ดำเนินชีวิตเหมือนบทสรุปเกม rpgทั้งๆที่จริงๆแล้วชีวิตไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไปและไม่มีใครเล่นตามบทสรุปแล้วได้ผลเหมือนกันทุกคน”

คุณคิดว่ามันกระตุกต่อมสนใจคนอ่านไหมคะ?นี่คือพารากราฟแรก เหมือนหนังฮอลลีวู้ดที่ต้องดึงดูดคนให้ได้ภายใน 15 นาทีแรก ต่อมาคนที่เป็นแบบนั้นอาจจะนึกด่าคุณในใจถ้าคุณเขียนแบบนี้ ดังนั้นประโยคต่อมาคุณต้องตบว่า

“เราเองก็เคยคิดแบบนั้นมาก่อน”

คำว่าเคยคิดหรือเคยเป็นแบบนั้นมาก่อนนั้นเป็นการแสดงความเห็นใจและแสดงความรู้สึกร่วมต่อคนอ่านในกรณีเนื้อหามีความ controversy เข่น เสี่ยงต่อการโดนด่า

ต่อมาคุณอาจจะเปิดเอนทรี่ด้วยคำถามมหรือสิ่งที่น่าสนใจ เช่น

“หลายๆคนคิดว่าความสำเร็จนั้นสามารถได้มาอย่างรวดเร็วราวกับมาม่าฉีกน้ำร้อนต้มกินได้ทันที แต่ที่จริงไม่ใช่ ชีวิตก็เหมือนกัน”

ประโยคนี้เป็นการดึงดูดความสนใจ ว่า เออ จริงว่ะ เราก็เคยคิดแบบนั้น

ซึ่งการเขียน description หรือ คำอธิบายรูปก็เหมือนก้น จริงๆจะให้เราเขียนให้วิลิศมาหราก็ได้เพราะเรามีทักษะการเขียน แต่พอถึงเวลาจริงๆขี้เกียจเขียนทุกที แต่จะบอกว่ามันคือทักษะการแถนั่นแหละสำหรับคำอธิบายรูป แต่ไม่ใช่ซะทีเดียวเพราะมันควรมี storyมารองรับ เราเขียนนิยายไม่ได้เลย เคยลองแต่ง ไว้จะเอามาให้อ่านในบลอคนี้ดู สำหรับสำนวนนั้นการเขียนถ้าไม่ได้เขียนอธิบายรูปในแกลเลอรี่ โดยเฉพาะบทความทั่วไป ถ้าคุณอยากเข้าถึงคนง่าย ใช้ภาษาง่ายๆจะดีที่สุด

ต่อมาคือคำตอบปิดท้าย

“คุณคิดว่าชีวิตเหมือนอะไร คุณมีนิยามชีวิตของคุณว่าอะไร ชีวิตคือการต่อสู้ ชีวิตคือเกม ชีวิตของคุณคืออะไร นิยามคำนั้นแหละ มันจะสร้างชีวิตของคุณ ดังนั้นนิยามชีวิตคุณให้ดีๆ เพราะชีวิตคุณมีให้ใช้แค่ครั้งเดียว ช่วงเวลาที่คุณเดิน กิน หายใจ หรืออ่านบลอคนี้ในวันนี้ มันจะไม่หวนกลับมา มันจะกลายเป็นช่วงเวลาอื่นไปแล้ว ขอให้โชคดีค่ะ”

บทสรุปปิดท้ายควรจึ้ก จะจึ้กด้วยคำถาม หรือมุมมองต่อชีวิตก็ได้ แต่จะต้องโดน และต้องทำให้คนฉุกคิดให้ได้ สำหรับการเขียนแนว nonfiction นะคะ

 

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.