ลาออกมาทำฟรีแลนซ์ดีไหม?

image credit:Giovanni

สวัสดีค่ะ
วันนี้จะเขียน entry ที่มีน้องถามเราเยอะค่ะคือ

ลาออกมาทำฟรีแลนซ์ดีไหม?

ขอตอบรวมๆที่นี้เลยนะคะ

น้องหลายๆคนอยากลาออกเพราะอยากทำงานฟรีแลนซ์บ้าง
อยากจะทำงานของตัวเอง หรือว่าหลายๆคนเรียนจบแล้วก็ไม่อยากทำงานประจำ
แต่พี่แนะนำว่า น้องควรทำงานประจำซักระยะก่อนค่ะ
เพื่อเก็บประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับผู้อื่น
และเก็บเงินก้อน เพื่อใช้ในการดำรงชีพ ตอนที่น้องทำงานฟรีแลนซ์ด้วย
เพราะช่วงแรกที่น้องทำ งานอาจจะมีๆหายๆ น้องอาจจะต้องใช้เงินส่วนเดิม
จากตอนทำงานประจำ
ซึ่งระยะเวลาในที่นี้อาจจะเป็นประมาณ  1-2 ปีก็ได้
โดยที่สายงานที่น้องเข้าไปทำงานนั้นควรจะเอื้อเมื่อน้องออกมาเป็นฟรีแลนซ์ด้วย
 

ถ้าน้องทำฟรีแลนซ์โดยไม่ทำงานประจำมาก่อน
ปัญหาคือ น้องจะไม่เข้าใจระบบในการทำงานร่วมกับผู้อื่น

 

และน้องจะขาดประสบการณ์ค่ะ
คนที่ทำงานประจำมาก่อนก็จะมีเครดิตส่วนหนึ่งเวลาที่เราทำงานฟรีแลนซ์
เราสามารถนำมาใส่ในช่องประวัติของเราเพื่อสร้างเครดิตที่ดี
แต่ไม่เชิงว่าน้องทำไม่ได้ จบแล้วเป็นฟรีแลนซ์เลยได้
ถ้าน้องมี “ฐานลูกค้า”มากพอค่ะ

และหลายๆคนคาดหวังสิ่งที่เรียกว่าทันทีทันใด คือออกมาปุ๊บแล้วจะต้องอยู่รอด
เป็นฟรีแลนซ์ที่อยู่ได้อย่างสบายทันที ซึ่งมันเป็นไปได้ยากนะคะ
เพราะว่าน้องกำลังคาดหวังสิ่งที่เรียกว่า event หรือ“เหตุการณ์”
เหตุการณ์ที่ว่าคือ “การอยู่สบายจากทำงานฟรีแลนซ์”
โดยที่บางคนลืมไปว่า น้องจะได้“เหตุการณ์”ก็ต่อเมื่อ
น้องต้องผ่าน process หรือ “กระบวนการ”ก่อน

หลายๆคนมักจะคาดหวังผลลัพธ์ โดยที่ไม่อยากผ่านกระบวนการ
ไม่อยากผ่านความลำบากเลย
หรือไม่อยากผ่านความล้มเหลว สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นยากค่ะในชีวิตจริง
ถึงได้มีคนซื้อล็อตเตอรี่เพื่อหวังถูกรางวัลเงินล้าน หรืออย่างน้อยเลขท้ายก็ดี
เพราะคนเหล่านี้คาดหวังในสิ่งที่เป็น“ผลลัพธ์” หรือ อยากได้ “เหตุการณ์”
โดยไม่ต้องผ่าน “กระบวนการ”มากมาย
ถ้าน้องลองมองคนที่อยู่รอด อยู่สบาย เขาต้องผ่านกระบวนการเยอะค่ะ
ทั้งการฝึกฝน ลองผิดลองถูก หาลูกค้า และอื่นๆ

น้องๆหลายคนที่คุยกับพี่เพราะรู้สึกเบื่องานประจำ อยากลาออกจากงานประจำ
พี่จะแนะนำให้น้องทบทวนก่อนว่าน้องเบื่องานประจำอันนั้นเพราะอะไรค่ะ
เช่น เจ้านายใช้งานเราหนัก,เบื่อสังคม,อยากได้ความก้าวหน้า,
อยากได้งานที่ท้าทาย เหมือนเราจะแก้ปัญหา เราต้องรู้สาเหตุของปัญหานั้นๆก่อน
บางที น้องอาจจะไม่ได้เบื่อตัวงาน แต่เบื่อเพราะเรื่องอื่นๆ ก็ได้

ขั้นแรกพี่จะไม่แนะนำให้น้องลาออกในทันที ถ้าน้องอยากลาออก
เพราะอารมณ์เบื่อ มันจะไม่เป็นผลดีกับตัวน้อง
เพราะสุดท้ายน้องก็จะเบื่ออยู่ดี พอเป็นฟรีแลนซ์ค่ะ
น้องอาจจะโต้ บอกว่า ถ้าเป็นฟรีแลนซ์ ได้ทำสิ่งที่ชอบ คงไม่เบื่อ
พี่จะบอกว่ามันมีอีกกรณีหนึ่งเกิดขึ้นค่ะ คือ การทำสิ่งที่น้องชอบแลกกับเงิน
มันจะดูดพลังงานส่วนหนึ่งของน้องไป ทำให้น้องรู้สึกว่าสิ่งที่น้องชอบ
มันไม่สนุกเหมือนเคย ถ้าน้องทำบ่อยๆ เข้า ๆ
passion ทื่เคยมีต่องานนั้นจะเริ่มหายไป
และจะกลายเป็นคำว่า”หน้าที่”เข้ามาแทน
ถึงมีหลายๆคนที่พอได้เป็นอาชีพที่ตัวเองชอบแล้วก็เบื่องาน
แล้วมันจะแสดงออกมาในตัวผลงานของน้องเองค่ะ
อ่านบทขยายความตรงนี้ค่ะ

Seth godin เขียนไว้ใน Linchpin ค่ะ ว่าน้องควรทำสิ่งที่ชอบ
เป็นลักษณะงาน art หรือศิลปะ
โดยคิดว่ามันเป็น gift หรือของขวัญที่ให้กับผู้อื่น

โดยที่ขั้นแรกไม่ต้องหวังว่าจะได้เงินจากสิ่งที่น้องชอบก่อน
เพราะว่าการทำแบบนี้

มันจะทำให้ปลดปล่อยพลังงานออกมาได้ดีกว่าและแนวทางนี้จะทำให้น้อง
มีพลังงานในการสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นตัวเองมากกว่า
เพราะฉะนั้นบางคน จึงเหมาะกับการทำในสิ่งที่ตัวเองชอบเป็นงานอดิเรก
แล้วถ้ามันจะกลายเป็นอาชีพทีหลังก็ไม่แปลก
แต่ถ้าน้องคาดหวังตัวเงินจากสิ่งที่น้องชอบ

ตั้งแต่แรกเลย มันจะทำให้พลังในการสร้างสรรค์น้องหดหายค่ะ

ยกตัวอย่าง เช่น พี่ชอบงานเขียนนะคะ พี่เขียนเป็นงานอดิเรก
พี่ก็ฝันว่าวันหนึ่งก็คงจะมีหนังสือของตัวเองออกมาซักเล่มนั่นแหละ
แต่พี่ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องอยู่รอด อยู่สบายจากงานเขียน
(เพราะพี่มีงานหลักเป็นงานวาดอยู่แล้ว)
ถ้างานเขียนมันสามารถให้รายได้พี่ได้ พี่ถือว่าเป็นผลพลอยได้ค่ะ
และการที่พี่เขียนบทความลงบล็อคต่างๆให้อ่านกันฟรี
มันก็คือ gift แบบที่ seth บอก คือเป็นการทำงานศิลปะอีกแบบของพี่
ตัวอักษรคือเครื่องมือ หรือ medium ที่พี่ใช้สื่อออกมา
และสุดท้ายพี่รู้สึกว่างานเขียนคือศิลปะแบบที่พี่ได้ปล่อยความเป็นตัวเอง
ออกมาได้ (ถึงแม้จะต้องฝึกฝนบ้างช่วงแรกๆ)จนตอนนี้
หนังสือพี่ก็ได้รวมเล่มเรียบร้อยแล้วค่ะ จะวางแผงในไม่ช้า
ยังไงก็ขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนด้วยค่ะ

สรุปคือ พี่แนะนำให้น้องลาออก ถ้าน้องมีความชัดเจนในตัวเองค่ะ
ว่าน้องจะลาออกมาทำอะไร และน้องมีแหล่งรายได้ยังไงบ้าง
และการลาออกนั้นไม่ได้ทำให้น้องใช้ชีวิตลำบากนัก
คือมีเงินสำรองเลี้ยงตัวเองได้อย่างน้อย 6 เดือน
แต่ถ้าน้องยังไม่มีส่วนนี้พี่แนะนำให้ทำสิ่งที่ชอบควบคู่ไปกับงานประจำก่อน
จนสิ่งที่น้องชอบมีรายได้พอเลี้ยงตัวเองในระดับหนึ่งแล้วค่อยออกมา
จะปลอดภัยกว่าค่ะ

บางคนอยากลาออกบ้าง ทำงานฟรีแลนซ์แบบพี่
น้องต้องดู context หรือบริบทส่วนตัวของน้อง ว่าการลาออกของน้อง
จะส่งผลกระทบต่อตัวน้องยังไงบ้าง
ได้แก่

1.ครอบครัว  
ครอบครัวจะเป็นยังไงถ้าน้องลาออก
ฟรีแลนซ์หลายๆคนยังอยู่กับพ่อกับแม่ พ่อแม่เลี้ยงตัวเองได้ค่ะ
แต่ถ้าน้องต้องเลี้ยงพ่อแม่ด้วย อันนี้จะเริ่มเป็นปัญหา
คือน้องไม่ได้มีตัวคนเดียว
พี่เคยเล่าแล้วว่าตอนนี้ พี่ต้องหาเงินเลี้ยงแม่ค่ะ และจ่ายบิลในบ้าน
แต่พ่อพี่ทำงานเองได้ และตอนพี่เริ่มต้นตั้งตัว
พ่อพี่ก็ช่วย support ค่าใช้จ่ายของแม่
คือถ้าน้องต้องเลี้ยงทั้งพ่อทั้งแม่
การจะลาออกนี่น้องควรดูด้วยค่ะ ว่าทำให้พ่อแม่ต้องลำบากไปกับเราไหม

อีกอย่างคือ น้องๆต้องดูด้วยว่าครอบครัวเราสนับสนุน
หรือเข้าใจสิ่งที่เราทำไหม ไม่งั้นพอลาออกมา น้องก็ทะเลาะกับที่บ้านอีก
พ่อแม่อาจจะไล่ให้น้องกลับไปทำงานประจำอีกก่อนที่น้องจะตั้งตัวได้
แล้วน้องก็อาจจะเจอกดดัน จากสังคม จากเพื่อนรอบตัว
เวลาน้องเห็นเพื่อนๆ มีตำแหน่งหน้าที่การงานกันแล้วก็จะตัวลีบเล็กลง
ถ้าใครเป็นแบบนี้ พี่จะแนะนำว่า ทำงานประจำต่อไปอาจจะดีกว่าสำหรับน้อง
หรือไม่ก็เลือกคุยเปิดใจกับที่บ้าน ขอโอกาสค่ะ

2.สถานะทางการเงินของน้อง
เหมือนเดิมค่ะ ดูหนี้สิน ทรัพย์สิน บัญชีเงินฝาก มีพอไหม
พี่บอกแล้วค่ะว่าน้องไม่ควรใช้เงินเป็นเบี้ย
หมดไปกับสิ่งภายนอกมากเกินไป
เวลาจะซื้ออะไรคิด และถามตัวเองก่อนทุกครั้งค่ะ
ว่ามัน“จำเป็น”ไหม เปรียบเทียบราคาก่อนด้วย
ไม่ใช่เห็นคนอื่นเขามีกัน กลัวน้อยหน้าเลยอยากมีเหมือนเขาบ้าง
ต้องมี gadget ใหม่ๆ ทุกรุ่น แบบที่เพื่อนมี
ต้องมีกระเป๋า เสื้อผ้า แบบดีไซเนอร์แพงๆ
ไม่จำเป็นต้องทำอะไรตามคนอื่นค่ะ เพราะเรามีความคิดเป็นของตัวเอง
ข้างนอกสุกใสข้างในเป็นโพรง หรือ ข้างนอกขรุขระข้างในตะติ๊งโหน่ง

เลือกเอานะคะ

3.ประสบการณ์ของน้อง
น้องรู้จักดีลกับลูกค้าหรือยัง รู้แหล่งหางานตัวเองหรือยัง?
สั่งสมชื่อเสียงมาพอหรือยัง น้องมีประสบการณ์ในฟีลที่น้องจะไปแค่ไหน
ถ้าน้องยังตอบตรงนี้ไม่ได้ พี่แนะนำว่า
ทำงานประจำพร้อมกับสั่งสมสิ่งเหล่านี้ไปสักพักค่ะ
แล้วได้จังหวะค่อยออกมา

สุดท้ายนี้ก็คือ การลาออกนั้นคือ จังหวะ + การตัดสินใจ +ความพร้อมค่ะ
2015-02-04T02:16:52+00:00กุมภาพันธ์ 4th, 2015|