เคล็ดไม่ลับกับการเขียน

เคล็ดไม่ลับกับการเขียน

มาดูเคล็ดการเขียนกันต่อ

1.เขียนยังไงให้พรั่งพรู การเขียนไม่ยากเลยที่จริงแล้วมันคือการพูดนั่นเอง เพียงแต่เราไม่ได้ใช้ภาษาพูดในการเขียน เราใช้ภาษาเขียนแทน เช่นคำว่า “เพียงแต่” คงไม่ได้ใช้ในชีวิตประจำวันมากนักเพราะมันคงดูแปลกๆ ฉะนั้นหลายๆอย่างเราต้องแปลงภาษาพูดให้เป็นภาษาเขียน แต่หลักการเหมือนกันคือถ้าเราพูดได้ดี เราก็จะเขียนได้ด้วย และการเขียนจำเป็นสำหรับหลายๆอาชีพค่ะบอกไว้เลย

2.การเขียนให้ไอเดียไหลเยอะๆเราต้องเป็นคนเสพย์เยอะ เสพย์ข้อมูลเยอะ ข้อมูลในที่นี้ไม่จำเป็นต้องเป็นหนังสือ แต่เป็นอะไรก็ได้ในชีวิตประจำวันของเรา แล้วแต่เลย ไม่ว่าจะเป็น youtube วีดีโอ เว็บบอร์ด,สเตตัสชาวบ้านหรือแม้แต่ดราม่าต่างๆก็เป็นสาเหตุของการนำมาเขียนเรื่องต่างๆได้เช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องคนอื่นๆ เช่น เรื่อง ชาวบ้านเก็บเงินกันได้เท่าไร ทำมาหากินอะไรเป็นต้น เรื่องพวกนี้นำมาต่อยอดหาเรื่องเขียนได้ทั้งสิ้น

3.อย่ามั่ว ถ้าไม่แน่ใจหาข้อมูลก่อน บางครั้งก็ผิดพลาดที่ตอนพิมพ์แล้วอย่างเช่นเราเคยพิมพ์คำว่า Podcast สำนักพิมพ์ไปเขียนว่าโปสการ์ด OTL คนละความหมายเลย และสิ่งที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นบล็อคโพสต์,Status update การเขียนกระทู้ต่างๆ หมั่นเช็คคำผิดเป็นนิสัยนะคะ

4.ช่างเปรียบเปรย สามารถเปรียบเปรยทุกสิ่งทุกอย่างได้ เห็นนั่นเปรียบเป็นโน่น เห็นโน่นเปรียบเป็นนี่ได้

5.มีทักษะในการแถ เช่น ในการเล่าเรื่องรูป เราจะใช้การแถ ซึ่งคล้ายๆการแถข้อสอบอัตนัย การแถกับการมั่วไม่เหมือนกัน แถเรารู้ข้อมูลประมาณนึงกับใส่ข้อมูลประมาณหนึงลงไปเพื่อให้รู้สึกว่ามันจริง เหมือนที่เร็วๆนี้เราเพิ่งไปอ่าน tutorial การวาดภาพของนักวาดคนหนึ่งมา เขาบอกว่า”ทำยังไงจะทำให้คนดูภาพเชื่อได้ว่าสิ่งนี้มีจริง”นั่นก็คือเราต้องมีพื้นฐานประมาณหนึ่ง แต่ถ้าทำมากไปจนจริงเกินมันจะดูแข็ง การเขียนข้อเท็จจริงโดยไม่มีความคิดเห็นเลยจึงน่าเบื่อเหมือนรายงานวิชาการ

6.อ่านหนังสือภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นบ้างจะรู้วิธีในการใช้ศัพท์เก๋ๆแบบของเขา เพื่อนชาวต่างประเทศเราเคยบอกว่า คุณควรไว้ใจนักแปลและอ่านหนังสือแปล ปัจจุบันเราอ่านหนังสือแปลก็จริงแต่ถ้าเล่มไหนแปลช้าหรือไม่มีแปลเราก็อ่านเวอร์ชันภาษาอังกฤษและพบว่าบางเรื่องอ่านแล้วรู้เรื่องกว่าอ่านภาษาไทยอีกเพราะภาษาไทยแปลไปๆมาๆ

7.พยายามสะสมคำคมเอาไว้ หรือพยายามจำส่วนใดส่วนหนึ่งที่ประทับใจของหนังสือเอาไว้หรือใช้แอพอย่าง evernote หรือ  note อื่นๆในการจดก็ได้ เพราะเวลาเราเขียนหนังสือมันอาจจะมีประโยชน์สามารถนำมาใช้ได้ในอนาคต

8.พยายามอย่าลอกสำนวนใครมาตรงๆ เป็นตัวของตัวเอง

9.อย่าใช้ภาษายากเกินไปหรือสวิงสวายเกินไป

10.เขียนบ่อยๆ เขียนทุกวัน เขียนอะไรก็ได้ จะบ่นดินฟ้าอากาศอย่างน้อยก็ถือว่าได้เขียนแล้ว ถ้าวันนี้คุณยังเขียนได้ไม่ดีแปลว่า input หรือหนังสือ สิ่งที่คุณเสพย์ต่างๆยังไม่ดี,หรือดีแล้วแต่มันยังไม่เข้าหัวคุณค่ะ พยายามลองเขียนไดอารี่หรือบันทึกประจำวัน หรือบันทึกท่องเที่ยวง่ายๆดูก่อน หรือเขียนจากสิ่งที่สามารถรวบรวมข้อมูลได้ เช่น ดาราที่คุณชอบ เป็นต้นค่ะ หลักๆคือฝึกเขียนในสิ่งที่ชอบนั่นเอง อย่าไปฝืน

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.